ถูกจับที่ไต้หวันแล้วคดีจะเป็นอย่างไร 2026: ขั้นตอนศาลอาญา ฝากขัง ห้ามเยี่ยม ประกันตัว รับโทษ และสิ่งที่ญาติที่ไทยทำได้
ฐิรกานต์ หลิน (Tirakan Lin) ทนายความ (ไทย) / ทนายความฝึกหัด (ไต้หวัน)
สรุปสาระสำคัญ
- คดีอาญาไต้หวันมี 4 ขั้นตอน: ตำรวจและศุลกากรสอบสวน → อัยการสอบสวนและสั่งฟ้อง → ศาลพิจารณา (ชั้นต้น อุทธรณ์ ฎีกา) → บังคับโทษและเนรเทศ ขั้นตอนดำเนินคดีอาญาไต้หวันรวมประมาณ 1 ปีครึ่งถึง 3 ปี หากถึงคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาจะนานกว่านั้น
- คนต่างชาติที่ถูกจับคดีขนยาเสพติด มักถูกฝากขังทันทีตั้งแต่ถูกจับที่สนามบิน และส่วนใหญ่ถูกสั่ง “ห้ามเยี่ยมและห้ามติดต่อ” ช่วงนี้มีเพียงทนายความที่ผู้ถูกจับหรือญาติแต่งตั้งเท่านั้นที่เข้าพบได้
- คดียาเสพติดไม่ใช้ระบบผู้พิพากษาประชาชน (國民法官) รัฐบัญญัติผู้พิพากษาประชาชนไต้หวันมาตรา 5 กำหนดให้ยกเว้นคดียาเสพติดไว้อย่างชัดเจน คดียาเสพติดจะถูกพิจารณาโดยผู้พิพากษาอาชีพเท่านั้น
- การประกันตัวของคนต่างชาติยากมาก หากได้รับอนุญาต หลักประกันมักอยู่ที่ 100,000–1,000,000 ดอลลาร์ไต้หวัน และต้องห้ามออกนอกประเทศ ติดกำไลข้อเท้า และรายงานตัวทุกสัปดาห์
- วันที่ถูกฝากขังสามารถนำมาหักโทษจำคุกได้ ฝากขัง 1 วันหักโทษจำคุก 1 วัน (ประมวลกฎหมายอาญาไต้หวัน มาตรา 37-2) ทั้งช่วงสอบสวนและพิจารณาคดี
- หลังคำพิพากษาถึงที่สุด ผู้ต้องขังชายต่างชาติส่วนใหญ่ถูกส่งไปเรือนจำไถจง (แผนกคนต่างชาติ) ส่วนผู้ต้องขังหญิงจะถูกส่งไปเรือนจำหญิงเถาหยวน
- ได้พักการลงโทษแล้วถูกเนรเทศออกจากไต้หวันทันที กรณีโทษจำคุกรับโทษเกินครึ่ง สามารถยื่นขอพักโทษได้ (ส่วนผู้กระทำผิดซ้ำต้องรับโทษเกิน 2 ใน 3 ถึงจะยื่นขอพักโทษได้) กรณีจำคุกตลอดชีวิต ต้องรับโทษเกิน 25 ปี ถึงจะยื่นขอพักโทษได้ คนต่างชาติที่ได้พักโทษจะถูกเนรเทศออกจากไต้หวันตามประมวลกฎหมายอาญาไต้หวันมาตรา 95
- เอกสารจากประเทศไทยที่จะใช้ในศาลไต้หวันอาจต้องผ่าน 4 ขั้นตอน: กระทรวงการต่างประเทศไทย → สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย → แปลเป็นภาษาจีน → โนตารีไต้หวัน ค่าใช้จ่ายประมาณ 3,500–7,500 ดอลลาร์ไต้หวันต่อฉบับ
เมื่อชาวไทยถูกจับคดียาเสพติดในไต้หวัน คำถามสามข้อที่ญาติในประเทศไทยถามบ่อยที่สุดคือ ต้องติดคุกนานแค่ไหน ประกันตัวได้ไหม และญาติทำอะไรได้บ้าง
บทความนี้ใช้คดีขนยาเสพติดเป็นตัวอย่าง อธิบายตั้งแต่ถูกจับจนถึงมีคำพิพากษาถึงที่สุด ตั้งแต่รับโทษจนถึงถูกส่งกลับ ว่าแต่ละขั้นตอนจะเกิดอะไรขึ้น ใช้เวลานานเท่าไร ญาติทำอะไรได้บ้างในแต่ละช่วง และขั้นตอนการรับรองเอกสารจากประเทศไทยเพื่อใช้ในศาลไต้หวันพร้อมค่าใช้จ่าย ส่วนสิทธิขณะถูกควบคุมตัวในวันแรก การขอทนายความฟรีร่วมฟังการสอบปากคำ และข้อต่อสู้ว่า “ไม่รู้” ดูที่ คนไทยรับหิ้วของถูกจับคดีขนยาเสพติดในไต้หวัน 2026
สรุปก่อน: คดีประเภทนี้ใช้เวลาในการดำเนินคดีอาญาไต้หวันรวมประมาณ 1 ปีครึ่งถึง 3 ปี และผู้ต้องหามีโอกาสสูงมากที่จะถูกฝากขังตลอดช่วงเวลานั้น สิ่งที่ญาติทำได้ กรณีศาลมีคำสั่งห้ามเยี่ยม ทุกอย่างต้องทำผ่านทนายความไต้หวัน เพราะในช่วงห้ามเยี่ยม ทนายความไต้หวันคือคนเดียวที่เข้าสถานกักกันไต้หวัน(Detention Center)ได้
1. สี่ขั้นตอนและระยะเวลา
| ขั้นตอน | ระยะเวลา | เนื้อหาสำคัญ |
|---|---|---|
| 1. สอบสวน (ตำรวจ/ศุลกากร → สำนักงานอัยการไต้หวัน) | ประมาณ 2–4 เดือน | จับกุม สอบปากคำ ส่งตัว ฝากขัง ตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ สั่งฟ้อง |
| 2. ศาลชั้นต้น (ศาลท้องถิ่น) | ประมาณ 6–10 เดือน | เตรียมคดี พิจารณา พิพากษา |
| 3. ศาลอุทธรณ์ (ศาลสูง) | ประมาณ 6–8 เดือน | พิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอีกครั้ง |
| 4. ศาลฎีกา (ศาลสูงสุด) | ประมาณ 4–8 เดือน | พิจารณาเฉพาะข้อกฎหมาย โดยหลักจะพิจารณาคดีจากสำนวนเอกสาร โดยที่จำเลยไม่ต้องไปศาล |
| 5. บังคับโทษและเนรเทศ | ตามกำหนดโทษ | รับโทษ พักโทษ ส่งกลับ |
ขั้นตอนที่ 1: สอบสวน
จับกุมและสอบปากคำครั้งแรก (ภายใน 24 ชั่วโมง): ศุลกากรหรือตำรวจท่าอากาศยานไต้หวันจับกุมและสอบปากคำ ควรแจ้งสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย (ไทเป) (TTEO) และจัดให้มีล่ามภาษาไทย
ส่งอัยการไต้หวันและฝากขัง (วันเดียวกัน): หลังอัยการสอบปากคำซ้ำ เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นคนต่างชาติและคดีร้ายแรง อัยการจะยื่นขอฝากขังต่อศาลเกือบทุกกรณี และส่วนใหญ่ขอให้ห้ามเยี่ยมและห้ามติดต่อด้วย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาไต้หวันมาตรา 31-1 การพิจารณาฝากขังเป็นคดีที่ต้องมีทนายความไต้หวัน ศาลจะตั้งทนายความให้
สอบสวนและสั่งฟ้อง: อัยการไต้หวันสั่งตรวจพิสูจน์ยาเสพติด สืบสวนผู้ร่วมกระทำผิดและเส้นทางการเงิน การฝากขังในชั้นสอบสวนครั้งละไม่เกิน 2 เดือน ขยายได้ 1 ครั้ง รวมไม่เกิน 4 เดือน โดยปกติจะสอบสวนเสร็จและสั่งฟ้องภายในระยะเวลานี้
ขั้นตอนที่ 2: ศาลชั้นต้น
กระบวนการเตรียมคดี: ตรวจสอบว่าจำเลยเข้าใจภาษาจีนหรือไม่ จัดล่ามภาษาไทยประจำศาล กำหนดประเด็นข้อพิพาท ขอให้สืบพยานหลักฐาน
กระบวนการพิจารณา: องค์คณะผู้พิพากษาอาชีพพิจารณา สืบพยาน แสดงพยานวัตถุ และแถลงปิดคดี
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย: บางคนคิดว่าคดีขนยาเสพติดประเภท 1 ที่มีโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต จะใช้ระบบผู้พิพากษาประชาชน ซึ่งไม่ถูกต้อง กฎหมายผู้พิพากษาประชาชนมาตรา 5 วรรคหนึ่งบัญญัติชัดเจนว่า “ยกเว้นคดีอาญาเด็กและเยาวชนและคดีตามรัฐบัญญัติป้องกันภัยจากยาเสพติด” คดียาเสพติดพิจารณาโดยผู้พิพากษาอาชีพเท่านั้น
คำพิพากษา: ศาลชั้นต้นพิพากษา
ขั้นตอนที่ 3 และ 4: อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์: จำเลยหรืออัยการที่ไม่พอใจคำพิพากษาศาลชั้นต้นสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ ศาลสูงพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายใหม่ และประเมินเหตุลดโทษ (เช่น การซัดทอดแหล่งที่มาของยาเสพติดตามรัฐบัญญัติป้องกันภัยจากยาเสพติด (毒品危害防制條例) มาตรา 17)
ศาลฎีกา: พิจารณาเฉพาะข้อกฎหมายว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ขัดต่อกฎหมายหรือไม่ โดยหลักจะพิจารณาคดีจากสำนวนเอกสาร โดยที่จำเลยไม่ต้องไปศาล หากยกฎีกา คำพิพากษาจะถึงที่สุด
ขั้นตอนที่ 5: บังคับโทษและเนรเทศออกจากไต้หวัน
เมื่อรับโทษครบหรือได้พักการลงโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 95 คนต่างชาติที่ถูกพิพากษาจำคุกขึ้นไป จะถูกเนรเทศเมื่อรับโทษครบหรือได้รับอภัยโทษ
2. ก่อนคำพิพากษาถึงที่สุด: การฝากขังในสถานกักกัน(Detention Center)
“ห้ามเยี่ยม” หมายความว่าอย่างไร
หากศาลสั่ง “ห้ามเยี่ยมและห้ามติดต่อ” จำเลยโทรศัพท์ไม่ได้ ส่งจดหมายไม่ได้ พบญาติไม่ได้มีเพียงทนายความไต้หวันที่ได้รับการแต่งตั้งเท่านั้นที่เข้าพบและสื่อสารได้
นี่คือข้อที่กระทบญาติมากที่สุดในกระบวนการทั้งหมด คดียาเสพติดมีโอกาสสูงมากที่จะถูกสั่งห้ามเยี่ยม
ชีวิตในสถานฝากขัง
- สถานกักกัน(Detention Center)จะพยายามจัดให้อยู่ห้องเดียวกับผู้ถูกฝากขังผู้อื่นที่พูดภาษาอังกฤษพื้นฐานหรือภาษาไทยได้
- หากมีข้อจำกัดด้านอาหาร (เช่น ไม่กินหมู ไม่กินเนื้อ) ยื่นคำร้องต่อสถานกักกันได้
- ซื้อของใช้ประจำวันได้จากร้านค้าสวัสดิการ โดยใช้เงินฝากที่ญาติส่งให้
วันที่ถูกฝากขังนับหักโทษจำคุกได้
ตามประมวลกฎหมายอาญาไต้หวันมาตรา 37-2 วันที่ถูกฝากขังก่อนคำพิพากษาถึงที่สุด นำมานับหักโทษจำคุก 1 วันต่อ 1 วันได้
หมายความว่า วันที่อยู่ในสถานกักกันทั้งช่วงสอบสวนและพิจารณาคดี สามารถนำมานับหักจากโทษทั้งหมดเมื่อคำพิพากษาถึงที่สุด เท่ากับว่าถูกฝากขัง 1 ปี เท่ากับรับโทษไปแล้ว 1 ปี
3. หลังคำพิพากษาถึงที่สุด: การรับโทษในเรือนจำ
ส่งไปเรือนจำ
หลังคำพิพากษาถึงที่สุด ผู้ต้องขังชายต่างชาติส่วนใหญ่ถูกส่งไปรวมกันที่เรือนจำไถจง (มีแผนกคนต่างชาติโดยเฉพาะ) ส่วนผู้ต้องขังหญิงต่างชาติส่วนใหญ่ถูกส่งไปเรือนจำหญิงเถาหยวน
เรือนจำจะมีเจ้าหน้าที่ที่พูดภาษาต่างประเทศได้หรือมีล่ามช่วย มีคู่มือหลายภาษา และจัดการเรื่องอาหารตามวัฒนธรรมต่าง ๆ
งานในเรือนจำ
ผู้ต้องขังต้องทำงานในเรือนจำ ได้รับค่าแรงเล็กน้อยสำหรับซื้อของใช้ประจำวันในเรือนจำ
การพักการลงโทษ
| โทษ | เกณฑ์ขอพักโทษ |
|---|---|
| จำคุกมีกำหนด | รับโทษเกิน 1 ใน 2 |
| จำคุกมีกำหนด (กรณีกระทำผิดซ้ำ) | รับโทษเกิน 2 ใน 3 |
| จำคุกตลอดชีวิต | รับโทษเกิน 25 ปี |
ตามประมวลกฎหมายอาญาไต้หวันมาตรา 77 ต้องมีหลักฐานการสำนึกผิด เรือนจำถึงจะเสนอเรื่องต่อกระทรวงยุติธรรมไต้หวันให้อนุมัติการพักโทษ
คนต่างชาติที่ได้รับพักโทษ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะออกคำสั่งเนรเทศพร้อมกัน สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไต้หวันรับตัวและจัดส่งกลับ ไม่สามารถอยู่ในไต้หวันต่อได้
4. การประกันตัว: เงื่อนไขและสภาพจริง
คนไทยที่ถูกจับคดีขนยาเสพติดในไต้หวัน การขอประกันตัวยากมาก ในทางปฏิบัติมีโอกาสสูงมากที่จะถูกฝากขังตลอดจนคำพิพากษาถึงที่สุด
ศาลพิจารณาอะไร
เมื่อทนายความไต้หวันจะยื่นขอประกันตัว ทนายความไต้หวันต้องโน้มน้าวศาลว่าไม่มีความจำเป็นต้องฝากขัง จุดยากของคดีคนต่างชาติคือ:
1. ที่อยู่และผู้ติดต่อในไต้หวัน คนต่างชาติที่ไม่มีที่อยู่ประจำในไต้หวัน ศาลจะถือว่ามีความเสี่ยงหลบหนี ถ้ามีที่อยู่ถูกกฎหมายในไต้หวัน หรือมีผู้ค้ำประกันในไต้หวัน (เช่น เจ้าหน้าที่สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย (ไทเป) ญาติในไต้หวัน) ศาลอาจมองว่าไม่มีความจำเป็นต้องฝากขัง
2. หลักประกันจำนวนสูง คดีขนยาเสพติด หลักประกันมักอยู่ที่ 100,000 ถึง 1,000,000 ดอลลาร์ไต้หวันขึ้นไป ขึ้นกับปริมาณ ประเภทยาเสพติด และฐานะของผู้ต้องหา
3. เงื่อนไขเพิ่มเติม แม้ศาลอนุญาต ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาไต้หวันมาตรา 116-2 จะกำหนดข้อจำกัดเข้มงวด:
| เงื่อนไข | เนื้อหา |
|---|---|
| ห้ามออกนอกประเทศ | ศาลจะแจ้งศุลกากรและสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไต้หวันว่าห้ามบุคคลดังกล่าวเดินทางออกนอกไต้หวัน |
| ติดตามด้วยอุปกรณ์ | ติดกำไลข้อเท้าหรือข้อมืออิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานอัยการไต้หวันติดตาม GPS 24 ชั่วโมง |
| รายงานตัว | ไปรายงานตัวที่สถานีตำรวจที่กำหนดทุกสัปดาห์ |
| ส่งมอบเอกสาร | หนังสือเดินทางและเอกสารถิ่นที่อยู่ทั้งหมดจะถูกศาลยึดไว้ |
กล่าวคือ แม้ประกันตัวสำเร็จ ก็ไม่ใช่การได้อิสรภาพ แต่เป็นการรอพิจารณาคดีในที่อื่นที่ไม่ใช่สถานกักกัน
5. ประมาณการค่าใช้จ่าย
ตัวเลขต่อไปนี้เป็นประมาณการจากตลาด ค่าใช้จ่ายจริงขึ้นกับรูปคดีและทนายความไต้หวัน ใช้เพื่อวางแผนงบประมาณเท่านั้น
| รายการ | ประมาณการ (ดอลลาร์ไต้หวัน) | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ค่าจ้างทนายความไต้หวันส่วนตัว | 250,000–600,000 ขึ้นไป | แต่ละชั้นศาล (สอบสวน ชั้นต้น อุทธรณ์ แยกกัน) ประมาณ 80,000–200,000 หากมีการเข้าพบตอนกลางคืนและเยี่ยมบ่อยจะสูงกว่า |
| ทนายความของรัฐ / มูลนิธิช่วยเหลือทางกฎหมายไต้หวัน | 0 | คดีนี้เป็นคดีที่ต้องมีทนายความ หากไม่มีเงินจ้าง ศาลไต้หวันจะตั้งทนายความของรัฐหรือมูลนิธิช่วยเหลือทางกฎหมายไต้หวันจะจัดทนายให้ โดยมีรัฐบาลไต้หวันเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย |
| ล่ามศาล | 0 | ล่ามภาษาไทยที่รัฐจัดให้ รัฐบาลไต้หวันเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย |
| ล่ามส่วนตัว | 20,000–80,000 | ล่ามตอนทนายความเยี่ยมขณะถูกฝากขัง แปลคำฟ้องและเอกสาร ประมาณชั่วโมงละ 1,500–3,000 ดอลลาร์ไต้หวัน |
| หลักประกัน | 100,000–1,000,000 ขึ้นไป | เฉพาะกรณีได้รับอนุญาตประกันตัว โอกาสต่ำมาก |
| ค่าธรรมเนียมศาลและค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด | 10,000–30,000 | ค่าคัดสำเนาสำนวน ค่าส่งเอกสาร ของใช้ไปสถานกักกัน |
6. ขั้นตอนรับรองเอกสารจากประเทศไทยและค่าใช้จ่าย
หากต้องการยื่นเอกสารจากประเทศไทยที่เป็นประโยชน์ในการพิจารณาคดีต่อศาลไต้หวัน เช่น หนังสือรับรองความประพฤติ (ไม่มีประวัติอาชญากรรม) ใบรับรองแพทย์ หนังสือรับรองการอุปการะเลี้ยงดูครอบครัว โดยทั่วไปเอกสารจะต้องผ่านการรับรองโดยกระทรวงการต่างประเทศไทยและสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย อย่างไรก็ตาม เอกสารบางส่วนอาจต้องแปลเป็นภาษาจีนหรือรับรองโดยโนตารีไต้หวันด้วย จึงใช้เป็นพยานหลักฐานในศาลได้
| ขั้นตอน | หน่วยงาน | ค่าใช้จ่าย |
|---|---|---|
| 1. รับรองโดยกระทรวงการต่างประเทศไทย | กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศไทย | ประมาณ 200–400 บาทต่อฉบับ (กรณีด่วนคิดเพิ่มต่างหาก) |
| 2. รับรองโดยสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย | สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย | ฉบับธรรมดา 510 บาท ต่อฉบับ ฉบับเร่งด่วน 770 บาท ต่อฉบับ |
| 3. แปลไทย–จีน | บริษัทแปล | ประมาณ 1,200–3,000 ดอลลาร์ไต้หวันต่อหน้า ขึ้นกับความเฉพาะทางยากง่ายของเอกสาร |
| 4. โนตารีไต้หวัน | โนตารีเอกชนหรือสำนักงานโนตารีศาลในไต้หวัน | ค่าธรรมเนียมรับรองคำแปลประมาณ 750–1,000 ดอลลาร์ไต้หวันต่อฉบับ |
ค่าใช้จ่ายรวมต่อฉบับประมาณ 3,500–7,500 ดอลลาร์ไต้หวัน หากส่งไปรษณีย์ด่วนระหว่างประเทศเพิ่มอีกประมาณ 1,000–2,000 ดอลลาร์ไต้หวัน
เอกสารใดที่ควรเตรียม: หนังสือรับรองความประพฤติใช้แสดงว่ากระทำผิดครั้งแรกตอนกำหนดโทษ ใบรับรองแพทย์ใช้แสดงสภาพสุขภาพหรือเป็นเหตุขอประกันตัว หนังสือรับรองการอุปการะเลี้ยงดูครอบครัวใช้แสดงสภาพครอบครัวตอนกำหนดโทษ ควรปรึกษาทนายความไต้หวันก่อนว่าเอกสารใดมีประโยชน์จริงต่อคดี แล้วค่อยดำเนินการ
7. ญาติทำอะไรได้บ้าง: เรียงตามลำดับเวลา
24–48 ชั่วโมงแรก
1. ติดต่อสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย (ไทเป) (TTEO) ขอให้สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย (ไทเป) (TTEO) ประสานกับตำรวจหรืออัยการไต้หวันเพื่อยืนยันว่า ผู้ต้องหาถูกฝากขังที่ไหน สุขภาพเป็นอย่างไร และขอให้แนะนำทนายความไต้หวัน
2. ตรวจสอบว่าถูกสั่งห้ามเยี่ยมหรือไม่ หากถูกห้ามเยี่ยม ญาติและเพื่อนเข้าเยี่ยมไม่ได้ ติดต่อไม่ได้ มีเพียงทนายความไต้หวันที่ได้รับการแต่งตั้งเท่านั้นที่เข้าสถานกักกันได้
แต่งตั้งทนายความไต้หวัน
3. หาทนายความคดีอาญามืออาชีพ ทนายความไต้หวันคือผู้เดียวที่มีสิทธิติดต่อผู้ต้องหาในช่วงห้ามเยี่ยม: สามารถเข้าสถานกักกันเพื่อทำความเข้าใจคดี ส่งความห่วงใยจากญาติ ประเมินแนวทางต่อสู้คดี (รวมถึงว่าจะอ้างไม่รู้เรื่อง หรือซัดทอดแหล่งที่มาเพื่อลดโทษตามมาตรา 17 แห่งรัฐบัญญัติป้องกันภัยจากยาเสพติดไต้หวัน)
วิธีแต่งตั้งข้ามประเทศ: ญาติไทยลงนามหนังสือแต่งตั้งทนายความไต้หวันฉบับภาษาอังกฤษในประเทศไทย (ต้องรับรองหนังสือแต่งตั้งทนายความดังกล่าวที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศไทยและสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย) หรือให้ทนายความไต้หวันไปที่สถานกักกันในไต้หวันให้ผู้ต้องหาลงนามแต่งตั้งทนายความไต้หวันเอง — วิธีหลังจะสะดวกรวดเร็วกว่า
4. หากไม่มีเงินจ้างทนายความไต้หวัน ญาติอาจขอความช่วยเหลือทางกฎหมาย คดีนี้เป็นคดีที่ต้องมีทนายความไต้หวัน ศาลไต้หวันจะตั้งทนายความของรัฐ หรือมูลนิธิช่วยเหลือทางกฎหมายไต้หวัน (法扶) จะจัดหาทนายความให้ฟรี
การดูแลชีวิตประจำวัน
5. ส่งเงินฝากและสิ่งของ ผู้ต้องหาต้องซื้อของใช้ในสถานกักกัน ญาติสามารถขอให้ทนายความไต้หวัน เพื่อนในไต้หวัน หรือเจ้าหน้าที่สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย (ไทเป) ส่งเงินฝากให้ผู้ต้องหาหรือจัดส่งเสื้อผ้าและหนังสือที่ถูกต้องตามระเบียบทางไปรษณีย์ให้ได้
6. เตรียมเอกสารที่เป็นประโยชน์ต่อคดี ดำเนินการแปลและรับรองเอกสารไทยตามขั้นตอนในหัวข้อ 6 แล้วมอบให้ทนายความไต้หวันยื่นต่อศาลเพื่อใช้ประกอบการกำหนดโทษ
สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด
7. ห้ามติดต่อพยานหรือซ่อนพยานหลักฐานเป็นการส่วนตัว การกระทำเช่นนี้ในไต้หวัน อาจถูกมองว่าเป็นการสมคบกันให้การเท็จหรือขัดขวางกระบวนการยุติธรรมได้ง่ายมาก อาจส่งผลให้ประกันตัวและลดโทษยากขึ้น และตัวญาติเองอาจมีความผิดด้วย
8. ทนายความไต้หวันไม่สามารถส่งข้อความเกี่ยวกับการสมคบกันในคดีได้ ทนายความไต้หวันส่งความห่วงใยและเรื่องชีวิตประจำวันได้ แต่ช่วยสมคบกับผู้ร่วมกระทำผิดหรือพยานไม่ได้ ญาติอย่าขอให้ทนายทำเรื่องเหล่านี้
9. ตรวจสอบคุณภาพล่าม หากล่ามภาษาไทยที่ศาลจัดให้แปลไม่ถูกต้อง ให้ทนายความไต้หวันแจ้งต่อศาล อุปสรรคทางภาษากระทบสิทธิผู้ต้องหาโดยตรง
สำหรับญาติที่อยู่ไกลในประเทศไทย เมื่อทราบว่ามีสมาชิกในครอบครัวถูกจับในไต้หวัน สิ่งที่ทรมานที่สุดไม่ใช่โทษจำคุก แต่คือการไม่รู้สภาพของเขาเลยในช่วงห้ามเยี่ยม และไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรได้บ้าง
จริงๆ แล้ว ญาติทำได้หลายอย่าง แต่ทุกอย่างต้องทำผ่านทนายความไต้หวัน การแต่งตั้งทนายความไม่ใช่เพียงเพื่อต่อสู้คดี แต่เพื่อให้ตลอดกระบวนการ 1 ถึง 3 ปี ญาติกับผู้ต้องหายังมีช่องทางติดต่อที่ถูกกฎหมายอยู่
Louis Group (萬國萬佳法律顧問集團) มีสำนักงานในไทเป ซินจู๋ ไถจง และกรุงเทพฯ โดยมีทนายความไต้หวันและทนายความไทยทำงานร่วมกัน และสื่อสารเป็นภาษาไทยได้ เราช่วยญาติในไทยในเรื่อง: ยืนยันสถานการณ์และแต่งตั้งทนายความไต้หวันทันทีหลังถูกจับ เข้าเยี่ยมที่สถานกักกันและสื่อสารเรื่องคดี ส่งเงินฝากและสิ่งของแทน จัดการรับรองและแปลเอกสารไทย ยื่นขอประกันตัว ต่อสู้คดีอาญา และติดต่อญาติในประเทศไทยเป็นประจำ
หากญาติพี่น้องชาวไทยของท่านกำลังเผชิญสถานการณ์เช่นนี้ในไต้หวัน โปรดติดต่อทนายความโดยเร็ว — ทนายความไต้หวันเข้ามายิ่งเร็วเท่าไหร่ ญาติในไทยได้ข้อมูลและมีทางเลือกยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
ผู้เขียน: ฐิรกานต์ หลิน (Tirakan Lin)|ทนายความผู้มีใบอนุญาตในประเทศไทย และทนายความฝึกหัดในไต้หวัน Louis Group|ตรวจทานเนื้อหากฎหมายไต้หวันโดย: เรย์มอนด์ อวี๋ (Raymond Yu) ทนายความผู้มีใบอนุญาตในไต้หวัน
บทความนี้เป็นข้อมูลทางกฎหมายทั่วไป มิใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะราย ระยะเวลาและค่าใช้จ่ายเป็นประมาณการจากการปฏิบัติจริง ซึ่งแตกต่างกันตามคดี ศาล และทนายความ หากมีคดีจริง โปรดแต่งตั้งทนายความทันที และยึดถือระเบียบล่าสุดของศาลไต้หวัน กระทรวงยุติธรรม และกรมราชทัณฑ์เป็นหลัก
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
คนไทยถูกจับคดียาเสพติดในไต้หวัน คดีใช้เวลานานแค่ไหน
โดยทั่วไปขั้นตอนดำเนินคดีอาญาไต้หวันประมาณ 1 ปีครึ่งถึง 3 ปี หากคดีขึ้นถึงศาลฎีกาจะนานกว่านั้น แยกตามขั้นตอน: ชั้นสอบสวนประมาณ 2–4 เดือน (ฝากขังในชั้นสอบสวนไม่เกิน 4 เดือน) ศาลชั้นต้นประมาณ 6–10 เดือน ศาลอุทธรณ์ประมาณ 6–8 เดือน ศาลฎีกาประมาณ 4–8 เดือน คนต่างชาติที่ถูกจับคดีขนยาเสพติดมักถูกฝากขังตั้งแต่ถูกจับที่สนามบิน และมีโอกาสสูงมากที่จะถูกฝากขังตลอดจนคำพิพากษาถึงที่สุด ที่สำคัญ คดียาเสพติดไม่ใช้ผู้พิพากษาประชาชน รัฐบัญญัติผู้พิพากษาประชาชนมาตรา 5 ระบุให้ยกเว้นคดีตามรัฐบัญญัติป้องกันภัยจากยาเสพติดไว้อย่างชัดเจน คดียาเสพติดจะพิจารณาพิพากษาโดยผู้พิพากษาอาชีพเท่านั้น
ถูกห้ามเยี่ยมแล้ว ญาติติดต่อไม่ได้เลยหรือ
ใช่ หากศาลสั่ง “ห้ามเยี่ยมและห้ามติดต่อ” ผู้ต้องหาจะโทรศัพท์ ส่งจดหมาย หรือพบญาติไม่ได้ มีเพียงทนายความไต้หวันที่ได้รับการแต่งตั้งเท่านั้นที่เข้าสถานกักกันได้ คดียาเสพติดมีโอกาสสูงมากที่จะถูกสั่งห้ามเยี่ยม ทนายความไต้หวันส่งความห่วงใยและเรื่องชีวิตประจำวันจากญาติได้ แต่ส่งข้อความเกี่ยวกับการสมคบกันในคดีไม่ได้ มิฉะนั้นทั้งทนายความและญาติอาจมีความผิดเกี่ยวกับการขัดขวางกระบวนการยุติธรรม สิ่งที่ญาติทำได้คือ ส่งเงินฝากและสิ่งของผ่านทนายความไต้หวัน เพื่อนในไต้หวัน หรือสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย (ไทเป) (TTEO) และเตรียมเอกสารที่เป็นประโยชน์มอบให้ทนายความ
ประกันตัวได้ไหม ต้องใช้เงินเท่าไร
ยากมาก ในทางปฏิบัติมีโอกาสสูงมากที่ผู้ต้องหาจะถูกฝากขังจนกว่าจะมีคำพิพากษา คนต่างชาติที่ไม่มีที่อยู่ประจำในไต้หวันและผู้ค้ำประกันในไต้หวัน ศาลจะถือว่ามีความเสี่ยงหลบหนี แม้เข้าเงื่อนไขให้ประกันตัวได้ หลักประกันคดีขนยาเสพติดมักอยู่ที่ 100,000–1,000,000 ดอลลาร์ไต้หวันขึ้นไป และตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาไต้หวันมาตรา 116-2 ต้องมีข้อจำกัดที่เข้มงวด เช่น ห้ามออกนอกไต้หวัน ติดกำไลข้อเท้าติดตาม GPS 24 ชั่วโมง ต้องไปรายงานตัวที่สถานีตำรวจทุกสัปดาห์ หนังสือเดินทางและเอกสารถิ่นที่อยู่ถูกศาลยึด กล่าวคือ แม้ประกันตัวสำเร็จก็ไม่ใช่การได้อิสรภาพ
เวลาที่ถูกฝากขังในสถานกักกัน นับรวมในโทษไหม
นับ ตามประมวลกฎหมายอาญาไต้หวันมาตรา 37-2 จำนวนวันที่ถูกฝากขังก่อนคำพิพากษาถึงที่สุด สามารถนำไปนับหักโทษจำคุก 1 วันต่อ 1 วัน วันที่อยู่ในสถานกักกันทั้งช่วงสอบสวนและพิจารณาคดี นับหักทั้งหมดเมื่อคำพิพากษาถึงที่สุด เช่น ถูกฝากขัง 2 ปีถึงมีคำพิพากษาถึงที่สุด โดยถูกตัดสินจำคุก 10 ปี จะเหลือรับโทษจริง 8 ปี หลังคำพิพากษาถึงที่สุด ผู้ต้องขังชายต่างชาติส่วนใหญ่ถูกส่งไปแผนกคนต่างชาติที่เรือนจำไถจง ส่วนผู้ต้องขังหญิงจะถูกส่งตัวไปเรือนจำหญิงเถาหยวน เรือนจำจะมีเจ้าหน้าที่พูดภาษาต่างประเทศและคู่มือหลายภาษา
รับโทษนานแค่ไหนถึงขอพักโทษได้ แล้วหลังจากนั้นเป็นอย่างไร
ตามประมวลกฎหมายอาญาไต้หวันมาตรา 77 โทษจำคุกมีกำหนดรับโทษเกิน 1 ใน 2 (กรณีกระทำผิดซ้ำ ต้องรับโทษเกิน 2 ใน 3) จำคุกตลอดชีวิตรับโทษเกิน 25 ปี และมีหลักฐานสำนึกผิด เรือนจำจะเสนอกระทรวงยุติธรรมให้อนุมัติพักโทษได้ คนต่างชาติที่ได้พักโทษ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะออกคำสั่งเนรเทศพร้อมกัน ตามประมวลกฎหมายอาญาไต้หวันมาตรา 95 สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไต้หวันจะรับตัวและจัดส่งกลับไทย คนไทยที่ได้รับการพักโทษจะอยู่ในไต้หวันต่อไม่ได้ ผู้ที่รับโทษครบก็จะถูกเนรเทศเมื่อรับโทษครบกำหนดเช่นกัน หลังถูกเนรเทศมักถูกห้ามเข้าไต้หวันอีก
จะแต่งตั้งทนายความไต้หวันจากประเทศไทยอย่างไร
มีสองวิธี 1. ญาติลงนามหนังสือแต่งตั้งทนายความไต้หวันในประเทศไทย ต้องรับรองหนังสือแต่งตั้งดังกล่าวที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศไทยและที่สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย แล้วส่งไปไต้หวัน 2. ให้ทนายความไต้หวันไปที่สถานกักกันในไต้หวันให้ผู้ต้องหาลงนามแต่งตั้งเอง — วิธีนี้มักเร็วกว่าเพราะไม่ต้องผ่านขั้นตอนรับรองข้ามประเทศ หากไม่มีเงินจ้างทนายความส่วนตัว คดีนี้เป็นคดีที่ต้องมีทนายความ (โทษขั้นต่ำ 3 ปีขึ้นไป) ศาลจะตั้งทนายความของรัฐ หรือมูลนิธิช่วยเหลือทางกฎหมาย (法扶) จะจัดทนายความให้ฟรี ทนายความส่วนตัวแต่ละชั้นศาลประมาณ 80,000–200,000 ดอลลาร์ไต้หวัน ทั้งคดีประมาณ 250,000–600,000 ขึ้นไป
หนังสือรับรองความประพฤติ ใบรับรองแพทย์จากไทย จะใช้ในศาลไต้หวันอย่างไร
โดยทั่วไปต้องผ่าน 2 ขั้นตอน: รับรองที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศไทย (ประมาณ 200–400 บาทต่อฉบับ) → รับรองที่สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย (510 บาท หรือ 770 บาทต่อฉบับ)
ในบางกรณี เอกสารอาจต้องผ่านอีก 2 ขั้นตอน คือ แปลไทย–จีนโดยมืออาชีพ (ประมาณ 1,200–3,000 ดอลลาร์ไต้หวันต่อหน้า) →โนตารีไต้หวันรับรองคำแปล (ประมาณ 750–1,000 ต่อฉบับ) ถ้าผ่านทั้ง 4 ขั้นตอนรวมประมาณ 3,500–7,500 ดอลลาร์ไต้หวันต่อฉบับ ส่งทางไปรษณีย์ด่วนระหว่างประเทศเพิ่ม 1,000–2,000 ดอลลาร์ไต้หวันหนังสือรับรองความประพฤติใช้แสดงว่ากระทำผิดครั้งแรก ใบรับรองแพทย์ใช้แสดงสุขภาพหรือขอประกันตัว หนังสือรับรองการอุปการะเลี้ยงดูครอบครัวใช้ประกอบการกำหนดโทษ ควรปรึกษาทนายความไต้หวันก่อนว่าเอกสารใดมีประโยชน์จริง แล้วค่อยดำเนินการ
ญาติไปหาพยานเพื่ออธิบายเรื่องราวเองได้ไหม
ห้ามเด็ดขาด การติดต่อพยานหรือซ่อนพยานหลักฐานเป็นการส่วนตัว ในไต้หวันอาจถูกมองว่าเป็นการสมคบกันให้การเท็จหรือขัดขวางกระบวนการยุติธรรมได้ง่ายมาก ไม่เพียงทำให้จำเลยประกันตัวและลดโทษยากขึ้น ญาติเองก็อาจมีความผิดด้วยเช่นกัน ญาติไม่ควรขอให้ทนายความไต้หวันส่งข้อความสมคบกันในคดี สิ่งที่ญาติทำได้อย่างถูกกฎหมายคือ ติดต่อสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย (ไทเป)เพื่อยืนยันสถานการณ์ แต่งตั้งทนายความไต้หวัน ส่งเงินฝากและสิ่งของ เตรียมเอกสารที่รับรองแล้ว และให้ทนายความแจ้งศาลเรื่องคุณภาพล่าม