คนไทยรับหิ้วของถูกจับคดีขนยาเสพติดในไต้หวัน 2026: สิทธิเมื่อถูกควบคุมตัวที่สนามบิน ทนายความฟรี และข้อต่อสู้ว่า “ไม่รู้”
ฐิรกานต์ หลิน (Tirakan Lin) ทนายความ (ไทย) / ทนายความฝึกหัด (ไต้หวัน)
สรุปสาระสำคัญ
- โทษทางปกครองกับคดีอาญาเป็นคนละเรื่องกัน เงินสดเกินกำหนด อาหารต้องห้าม บุหรี่หรือสุราเกินโควตา เป็นเรื่องโทษทางปกครอง จ่ายค่าปรับหรือส่งของกลับก็จบ แต่ยาเสพติดเป็นคดีอาญาร้ายแรง ถูกส่งตัวไปสำนักงานอัยการไต้หวันทันที และอาจถูกฝากขัง
- ความผิดฐานขนส่งยาเสพติดมีโทษหนักมากในไต้หวัน ประเภท 1 ประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต ประเภท 2 จำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ประเภท 3 จำคุกตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป ประเภท 4 จำคุก 5 ถึง 12 ปี การพูดว่า “ไม่รู้ว่าข้างในมียาเสพติด” ไม่ได้ทำให้พ้นผิดโดยอัตโนมัติ ศาลจะพิจารณาว่าคุณ “ควรรู้ได้” หรือไม่
- ขณะถูกควบคุมตัว ตามกฎหมายไต้หวัน คุณมีสิทธิ 5 ข้อ คือ สิทธิที่จะได้รับแจ้งข้อกล่าวหา สิทธิที่จะให้การหรือไม่ก็ได้ สิทธิได้รับการจัดหาล่ามภาษาไทย สิทธิขอให้ทนายความมาอยู่ด้วย และสิทธิขอให้แจ้งสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย(ไทเป) ก่อนทนายความมาถึง อย่าเซ็นเอกสารใด ๆ
- ขอทนายความอาสา (ไม่มีค่าใช้จ่าย)ได้ทันที ณ ตอนนั้น ผู้ที่ถูกกล่าวหาในความผิดร้ายแรงซึ่งมีอัตราโทษขั้นต่ำตั้งแต่จำคุก 3 ปีขึ้นไป ไม่ว่าสัญชาติใดหรือฐานะการเงินเป็นอย่างไร เพียงโทรสายด่วนมูลนิธิช่วยเหลือทางกฎหมายไต้หวัน (法扶) (02) 2559-2119 (ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด) ก็จะมีทนายความไต้หวันมาร่วมฟังการสอบปากคำ
- ผู้ต้องหาชาวต่างชาติแทบจะถูกฝากขังทุกราย และส่วนใหญ่จะถูกสั่งห้ามเยี่ยมและห้ามติดต่อสื่อสารด้วย ในช่วงที่ถูกห้ามเยี่ยม มีเพียงทนายความที่แต่งตั้งไว้เท่านั้นที่เข้าไปในสถานกักกัน(Detention Center)ได้ ญาติและเจ้าหน้าที่สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย(ไทเป)เข้าไม่ได้
- ทางลดโทษมี 3 ทาง คือ ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์จนนำไปสู่การจับกุมผู้ร่วมกระทำความผิดได้ รับสารภาพตลอดทั้งชั้นสอบสวนและชั้นศาล และขนเพื่อเสพเองซึ่งพฤติการณ์ไม่ร้ายแรง แต่สำหรับคนที่ไม่รู้จริง ๆ เป้าหมายคือให้ศาลยกฟ้อง ไม่ใช่ลดโทษ สองแนวทางนี้ไปด้วยกันไม่ได้ ต้องตัดสินใจก่อนการสอบปากคำครั้งแรก
- เมื่อคำพิพากษาถึงที่สุดและรับโทษครบแล้ว อาจถูกเนรเทศตามมาตรา 95 แห่งประมวลกฎหมายอาญาไต้หวัน
คนไทยจำนวนมากทำอาชีพรับหิ้วของ ซื้อสินค้าไทยให้ลูกค้าในไต้หวัน คนรับหิ้วได้กำไรจากส่วนต่างราคาหรือค่าหิ้ว
ช่วงหลายปีมานี้ แก๊งค้ายาเสพติดอาศัยคนรับหิ้วที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ให้ขนยาแทน โดยซุกยาเสพติดไว้ในยาลดความอ้วน ของฝาก หรือซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป (มาม่า) แล้วฝากให้คนรับหิ้ว “ช่วยหิ้วไปไต้หวันให้หน่อย” เมื่อศุลกากรไต้หวันตรวจพบที่สนามบิน สิ่งที่คนรับหิ้วต้องเจอคือข้อหาขนส่งยาเสพติด ซึ่งอัตราโทษเริ่มต้นที่จำคุก 5 ปี และสูงสุดถึงประหารชีวิต
และช่วงไม่กี่ชั่วโมงที่ถูกควบคุมตัวนั้น มักเป็นตัวกำหนดว่าคดีทั้งคดีจะไปทางไหน
บทความนี้อธิบายว่า ขณะถูกควบคุมตัวคุณมีสิทธิอะไรบ้าง ขอทนายความอาสาไต้หวันโดยไม่มีค่าใช้จ่ายได้อย่างไร ศาลดูจากอะไรว่าคุณไม่รู้จริงหรือไม่ ขั้นตอนต่อจากนั้นเป็นอย่างไร และควรเตรียมป้องกันตัวเองอย่างไรตั้งแต่ก่อนเดินทาง
ขอพูดเรื่องสำคัญที่สุดก่อน: ไต้หวันเป็นนิติรัฐ เจ้าหน้าที่ไม่จับใครโดยไม่มีเหตุ และเมื่อถูกจับแล้วก็จะดำเนินการตามกฎหมาย คุณมีโอกาสพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง แต่โอกาสนั้นขึ้นอยู่กับว่าคุณทำอะไรในช่วงไม่กี่ชั่วโมงแรก
1. แยกให้ออกก่อน: โทษทางปกครองหรือคดีอาญา
เมื่อถูกเรียกตรวจที่สนามบิน สิ่งแรกที่ต้องรู้คือเรื่องของคุณเป็นคดีประเภทไหน เพราะผลที่ตามมาต่างกันราวฟ้ากับดิน
| ประเด็น | โทษทางปกครอง | คดีอาญา |
|---|---|---|
| กรณีที่พบบ่อย | ไม่สำแดงเงินสดเกินกำหนด ผลิตผลทางการเกษตรต้องห้าม บุหรี่หรือสุราเกินโควตา | ยาเสพติด สินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าจำนวนมาก การลักลอบนำเข้ามูลค่าสูง |
| หน่วยงานที่ดำเนินการ | ศุลกากร | ตำรวจท่าอากาศยาน (航警局) → สำนักงานอัยการ (地檢署) |
| ผลที่ตามมา | ค่าปรับ ริบของ | สอบปากคำ ฝากขังหรือประกันตัว ฟ้องคดี พิจารณาคดีในศาล |
| ออกจากไต้หวันได้หรือไม่ | โดยทั่วไปได้ | ไม่ได้ และอาจถูกฝากขัง |
ความผิดทางปกครองที่พบบ่อย
| รายการ | ข้อกำหนด | ผลที่ตามมา |
|---|---|---|
| เงินสด เงินตรา | เกินมูลค่าเทียบเท่า 10,000 ดอลลาร์สหรัฐและไม่สำแดง | ส่วนที่เกินถูกริบหรือถูกปรับ |
| ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ ผลไม้สด | ไม่ผ่านการตรวจตรวจโรค | ค่าปรับสูงสุด 1,000,000 ดอลลาร์ไต้หวัน |
| บุหรี่ สุรา สินค้าปลอดภาษี | เกินโควตาและไม่สำแดงที่ช่องแดง | ค่าปรับและริบของ |
ความผิดอาญาที่พบบ่อย
- ลักลอบนำเข้ายาเสพติดหรือยาควบคุม: ของที่รับหิ้วมีส่วนผสมของยาเสพติดหรือยาควบคุมตามกฎหมายไต้หวัน เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีสาร CBD (Cannabidiol) ยาลดความอ้วนบางชนิด ยาที่มีอีเฟดรีน(Ephedrine) นี่คือประเด็นหลักของบทความนี้
- ละเมิดเครื่องหมายการค้า: นำสินค้าปลอมจำนวนมากเข้ามาเพื่อขายต่อ
- การหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรมูลค่าสูง: ถึงเกณฑ์ความผิดอาญาฐานลักลอบหนีศุลกากร
หากเป็นโทษทางปกครอง เนื้อหาตั้งแต่หัวข้อที่ 3 เป็นต้นไปไม่เกี่ยวกับคุณ เพียงจ่ายค่าปรับหรือยอมให้ริบของตามหนังสือคำสั่งของศุลกากรก็เพียงพอแล้ว หากคุณไม่เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าวสามารถยื่นอุทธรณ์คำสั่ง (訴願) ได้ภายในกำหนดเวลา 30 วันนับแต่วันถัดจากวันที่ได้รับหนังสือ
2. สิทธิ 5 ข้อขณะถูกควบคุมตัว
หากเกี่ยวกับยาเสพติด ต่อไปนี้คือสิทธิที่คุณอ้างได้ทั้งก่อนและระหว่างการสอบปากคำ สิทธิเหล่านี้มาจากหน้าที่แจ้งสิทธิตามมาตรา 95 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาไต้หวัน และระบบความช่วยเหลือทางกฎหมาย
| ลำดับ | สิทธิ | วิธีใช้สิทธิ |
|---|---|---|
| 1 | สิทธิที่จะได้รับแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อจะได้รู้ว่าตนถูกกล่าวหาในข้อหาใด | ขอให้ผู้สอบปากคำแจ้งข้อหาให้ชัดเจน |
| 2 | สิทธิที่จะให้การหรือไม่ก็ได้ | ไม่ตอบคำถามก็ได้ การตอบว่า “ขอรอให้ทนายความมาถึงก่อนแล้วค่อยให้การ” เป็นคำตอบที่ถูกต้องตามกฎหมาย |
| 3 | สิทธิได้รับการจัดหาล่ามภาษาไทย | บอกศุลกากรหรือตำรวจว่า “我需要泰語翻譯 / I need a Thai interpreter” (ฉันต้องการล่ามภาษาไทย) |
| 4 | สิทธิขอให้ทนายความมาอยู่ด้วย | บอกว่า “我要申請法扶律師陪訊” (ฉันขอทนายความจากมูลนิธิช่วยเหลือทางกฎหมายมาร่วมฟังการสอบปากคำ) ก่อนทนายความมาถึง เจ้าหน้าที่จะสอบปากคำไม่ได้ |
| 5 | สิทธิขอให้แจ้งสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย(ไทเป) | ขอให้พนักงานสืบสวนสอบแจ้งสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย (ไทเป) |
สิทธิอีก 2 ข้อ: คุณขอให้สอบสวนพยานหลักฐานที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเองได้ และโดยหลักแล้วคุณสามารถปฏิเสธการสอบปากคำในเวลากลางคืน (เว้นแต่กรณียกเว้นที่กฎหมายกำหนด)
ข้อที่สำคัญที่สุด: ก่อนทนายความมาถึง อย่าเซ็นเอกสารใด ๆ
ถ้าล่ามยังไม่มา และคุณยังไม่เข้าใจเนื้อหาในบันทึกคำให้การทั้งหมด อย่าเซ็นเอกสารใด ๆ
บันทึกคำให้การที่เซ็นไปแล้วจะติดอยู่ในสำนวนไปจนจบคดี บันทึกที่เซ็นไปตอนที่อ่านภาษาจีนไม่ออก ไม่มีทนายความ และกำลังตกใจ จะกลับคำในภายหลังได้ยากมาก
ช่องทางติดต่อสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย (ไทเป)
สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย (ไทเป) (Thailand Trade and Economic Office (Taipei), TTEO)
- กรณีอยู่ในไต้หวัน ให้โทร 02 2775-2211 ต่อ 110–119 กรณีญาติที่โทรจากประเทศไทยไปไต้หวัน ให้โทร +886-2 2775-2211 ต่อ 110–119
- กรณีอยู่ในไต้หวันจะติดต่อฉุกเฉิน (นอกเวลาทำการ) ให้โทร: 0952-238-931 กรณีญาติที่โทรจากประเทศไทยไปไต้หวัน ให้โทร +886-952-238-931
- อีเมล: [email protected]
สิ่งที่สำนักงานฯ ช่วยได้คือความช่วยเหลือทางกงสุล เช่น ตรวจสอบความปลอดภัยของตัวคุณ ติดต่อญาติที่ประเทศไทย และให้รายชื่อทนายความ สำนักงานฯ ไม่เข้าแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของไต้หวัน และทำหน้าที่แทนทนายความไม่ได้
3. ทนายความฟรีร่วมฟังการสอบปากคำ: ขออย่างไร
ใครขอได้บ้าง
ตามมาตรา 5 วรรค 4 แห่งรัฐบัญญัติความช่วยเหลือทางกฎหมายไต้หวัน (法律扶助法) ผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีที่ความผิดมีอัตราโทษขั้นต่ำตั้งแต่จำคุก 3 ปีขึ้นไป และยังไม่ได้แต่งตั้งทนายความในการสอบปากคำครั้งแรกในชั้นสอบสวน มีสิทธิขอให้ทนายความของมูลนิธิช่วยเหลือทางกฎหมายไต้หวัน (法扶) มาร่วมฟังการสอบปากคำ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
กรณีนี้ไม่ตรวจสอบฐานะการเงิน และไม่จำกัดสัญชาติ ขอเพียงข้อหาเข้าเกณฑ์ ก็ขอได้
ความผิดฐานขนส่งยาเสพติดเข้าเกณฑ์นี้ การผลิต ขนส่ง และจำหน่ายยาเสพติดทุกประเภทมีโทษตามกฎหมายไต้หวันตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไปทั้งสิ้น การรับหิ้วแล้วลักลอบนำยาเสพติดเข้าไต้หวันถือเป็นการ “ขนส่ง” (運輸) ซึ่งเป็นความผิดร้ายแรง
ขออย่างไร
วิธีที่ 1: บอกตำรวจหรือศุลกากรไต้หวันโดยตรงว่า “我要申請法扶律師陪訊” (ขอทนายความจากมูลนิธิช่วยเหลือทางกฎหมายไต้หวันมาร่วมฟังการสอบปากคำ) เจ้าพนักงานที่ทำการสอบปากคำมีหน้าที่ต้องช่วยดำเนินการให้
วิธีที่ 2: โทรสายด่วนเพื่อขอทนายความร่วมฟังการสอบปากคำของมูลนิธิฯ กรณีอยู่ในไต้หวัน ให้โทร (02) 2559-2119 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด ตัวคุณเอง ญาติ เพื่อน นักสังคมสงเคราะห์ หรือเจ้าพนักงานที่สอบปากคำ โทรได้ทั้งนั้น กรณีญาติที่โทรจากประเทศไทยไปไต้หวัน ให้โทร +886-2-2559-2119
วิธีที่ 3: สายด่วนมูลนิธิฯ ทั่วไต้หวัน กรณีอยู่ในไต้หวัน ให้โทร 412-8518 (โทรศัพท์บ้านในไต้หวันโทรตามหมายเลขที่ระบุได้เลย ถ้าใช้มือถือไต้หวันโทรต้องเติม 02 ข้างหน้า) แล้วกด 5 กรณีญาติที่โทรจากประเทศไทยไปไต้หวัน ให้โทร +886-2-412-8518
เมื่อมูลนิธิฯ ได้รับคำขอ มูลนิธิฯ จะส่งทนายความไปยังสถานีตำรวจหรือสำนักงานอัยการที่คุณอยู่ทันที มูลนิธิฯ เป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย คุณไม่ต้องจ่ายเงิน
ขอบเขตงานของทนายความจากมูลนิธิฯ
โดยหลักแล้ว ทนายความจากมูลนิธิฯ ร่วมฟังเฉพาะการสอบปากคำครั้งแรกในชั้นสอบสวนเท่านั้น หลังจากนั้น หากไม่มีเหตุให้ได้รับความช่วยเหลือในเรื่องอื่น การแต่งตั้งทนายความก็สิ้นสุดลง
แต่ไม่ได้แปลว่าหลังจากนั้นจะไม่มีทนายความ:
| ขั้นตอน | ทนายความมาจากไหน |
|---|---|
| การสอบปากคำครั้งแรกในชั้นสอบสวน | ทนายความจากมูลนิธิฯ ร่วมฟังการสอบปากคำ (หัวข้อนี้) |
| การพิจารณาคำร้องขอฝากขังในชั้นสอบสวน | ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาไต้หวัน มาตรา 31-1 กฎหมายบังคับให้ต้องมีทนายความ ศาลเป็นผู้แต่งตั้ง |
| ชั้นพิจารณาคดีในศาล | ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาไต้หวัน มาตรา 31 กฎหมายบังคับให้ต้องมีทนายความ คดีที่ความผิดมีอัตราโทษตั้งแต่จำคุก 3 ปีขึ้นไป ศาลต้องแต่งตั้งให้ |
กล่าวคือ คดีความผิดร้ายแรง ในชั้นพิจารณาคำร้องขอฝากขังและชั้นพิจารณาคดี กฎหมายกำหนดว่าต้องมีทนายความเสมอ แต่ทนายความที่ศาลแต่งตั้งกับทนายความที่ว่าจ้างเอง อาจต่างกันในเรื่องเวลาที่ทุ่มเทให้คดีและแนวทางการต่อสู้คดี หากงบประมาณเอื้ออำนวย แนะนำให้ว่าจ้างทนายความไต้หวันด้านคดีอาญาโดยเร็วที่สุด
กรณีที่ขอทนายความฟรีร่วมฟังการสอบปากคำไม่ได้
หากเป็นเพียงการเสพหรือครอบครองยาเสพติดจำนวนเล็กน้อย (โทษตามกฎหมายโดยทั่วไปต่ำกว่า 3 ปี) การสอบปากคำครั้งแรกจะใช้สิทธิขอทนายความฟรีแบบไม่ตรวจสอบฐานะสำหรับคดีร้ายแรงไม่ได้ เว้นแต่มีสถานะเป็นชนพื้นเมืองไต้หวัน หรือมีความพิการทางร่างกายหรือจิตใจจนไม่สามารถให้การได้อย่างครบถ้วน
4. ข้อต่อสู้ว่า “ไม่รู้”: ศาลมองอย่างไร
หัวข้อนี้คือเนื้อหาที่สำคัญที่สุดของบทความ และเป็นสิ่งที่คนรับหิ้วส่วนใหญ่ควรรู้มากที่สุด
ความผิดฐานขนส่งยาเสพติดต้องมี “เจตนา”
ความผิดฐานขนส่งยาเสพติดเป็นความผิดที่ต้องกระทำโดยเจตนา ไม่มีความผิดฐานกระทำโดยประมาท หมายความว่า ถ้าคุณไม่รู้จริง ๆ ว่าในพัสดุมียาเสพติด ในทางกฎหมายคุณไม่มีความผิด และศาลควรพิพากษายกฟ้อง ไม่ใช่พิพากษาให้ผิดฐาน “กระทำโดยประมาท” หรือ “ความผิดฐานอื่นที่มีโทษที่เบากว่า”
แต่คำว่า “ไม่รู้” เพียงคำเดียวไม่ได้ทำให้คุณพ้นผิด ศาลจะพิจารณาว่าคุณไม่รู้จริง ๆ หรือควรรู้ได้แต่จงใจไม่อยากรู้
ศาลไต้หวันดูอะไรบ้าง
“เจตนา” ตามกฎหมายอาญาไต้หวันรวมถึง “เจตนาโดยอ้อม” (不確定故意 ใกล้เคียงกับ “เจตนาเล็งเห็นผล” ในกฎหมายไทย) กล่าวคือ แม้คุณจะไม่รู้แน่ชัดว่าในพัสดุเป็นยาเสพติด แต่ถ้าสถานการณ์น่าสงสัยอย่างเห็นได้ชัดและคุณยังเลือกที่จะหิ้วไป ศาลอาจถือว่าคุณ “เล็งเห็นได้ว่าผลจะเกิดขึ้น และผลนั้นไม่ขัดกับความตั้งใจของตน” ซึ่งยังคงเป็นเจตนา
ปัจจัยที่ศาลมักพิจารณาในทางปฏิบัติ:
| ปัจจัยที่พิจารณา | เป็นคุณต่อคุณ | เป็นโทษต่อคุณ |
|---|---|---|
| ค่าตอบแทน | ใกล้เคียงกับค่าหิ้วทั่วไป | ค่าตอบแทนสูงเกินสมควรอย่างเห็นได้ชัด หรือได้ตั๋วเครื่องบินฟรี |
| ผู้ฝากหิ้ว | ลูกค้าที่ติดต่อกันมานาน มีตัวตนจริงและมีช่องทางติดต่อ | เพิ่งรู้จัก ไม่รู้ว่าเป็นใคร ติดต่อกันผ่านแอปแชตเท่านั้น |
| สิ่งของ | คุณซื้อเอง รู้ที่มา | พัสดุปิดผนึกที่คนอื่นส่งมอบให้ และกำชับว่า “อย่าเปิด” |
| การตรวจสอบ | เคยเปิดกล่องตรวจดูของข้างใน | จงใจไม่ตรวจ หรือถูกสั่งห้ามตรวจ |
| การจัดการเดินทาง | จัดการเอง | อีกฝ่ายจัดตั๋วเครื่องบินและที่พักให้ และกำหนดให้นำของบางอย่างไปด้วย |
| ประวัติที่ผ่านมา | มีประวัติรับหิ้วตามปกติมายาวนาน | “รับหิ้ว” ครั้งแรกก็คือเที่ยวนี้เลย |
| ข้อความสนทนา | บทสนทนาแสดงว่าคุณเชื่อว่าเป็นสินค้าทั่วไป | บทสนทนามีการบอกใบ้ พูดอ้อมแอ้ม หรือจงใจเลี่ยงไม่พูดถึง |
หัวใจสำคัญอยู่ที่พยานหลักฐาน คำว่า “ไม่รู้” จะฟังขึ้นได้ ต้องมีหลักฐานที่จับต้องได้มาสนับสนุน เช่น บันทึกบทสนทนากับผู้ฝากหิ้วทั้งหมด ใบสั่งซื้อ หลักฐานการชำระเงิน และประวัติการซื้อขายตามปกติที่ผ่านมา
หลักฐานเหล่านี้ต้องรักษาไว้ตั้งแต่ตอนที่ถูกควบคุมตัว โทรศัพท์มือถือจะถูกริบ แต่คุณขอผ่านทนายความให้เรียกดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อคุณได้
สองแนวทางไปด้วยกันไม่ได้ ต้องตัดสินใจแต่เนิ่น ๆ
นี่คือจุดที่ยากที่สุดของเรื่องทั้งหมด:
- กรณีต่อสู้ว่าไม่รู้ → เป้าหมายคือให้ศาลยกฟ้อง แต่ถ้าศาลไม่เชื่อ จะถือว่าไม่ได้รับสารภาพ และใช้สิทธิลดโทษจากการรับสารภาพไม่ได้
- ยอมรับผิดและรับสารภาพ → ได้ลดโทษตามมาตรา 17 แห่งรัฐบัญญัติป้องกันภัยจากยาเสพติด ไต้หวัน (毒品危害防制條例) แต่เท่ากับสละข้อต่อสู้ว่าไม่มีความผิด
การตัดสินใจนี้ต้องทำก่อนการสอบปากคำครั้งแรก และหลังจากปรึกษาทนายความแล้ว เมื่อยอมรับในบันทึกคำให้การไปแล้วว่ารู้ จะกลับมาต่อสู้ภายหลังว่าไม่รู้ ความน่าเชื่อถือจะลดลงอย่างมาก ในทางกลับกัน หากต่อสู้ว่าไม่รู้ไว้ก่อนแล้วค่อยมารับสารภาพในชั้นศาล ก็ไม่เข้าเงื่อนไขลดโทษที่ว่า “รับสารภาพทั้งในชั้นสอบสวนและในการพิจารณาคดีทุกชั้นศาล”
นี่คือเหตุผลว่าทำไมต้องมีทนายความก่อนการสอบปากคำครั้งแรก
5. ขั้นตอนต่อจากนั้น: สำนักงานอัยการในไต้หวัน การฝากขัง และการห้ามเยี่ยม
ส่งตัวไปสำนักงานอัยการในไต้หวัน
ตำรวจท่าอากาศยานจะส่งคดีไปยังสำนักงานอัยการที่มีเขตอำนาจ (สนามบินเถาหยวนคือสำนักงานอัยการเถาหยวน สนามบินซงซานคือสำนักงานอัยการไทเป) เพื่อให้พนักงานอัยการสอบปากคำอีกครั้ง
การฝากขังแทบจะเป็นเรื่องปกติ
ความผิดฐานขนส่งยาเสพติดเป็นความผิดร้ายแรงที่มีอัตราโทษขั้นต่ำตั้งแต่จำคุก 5 ปีขึ้นไป และชาวต่างชาติมักถูกมองว่าอาจหลบหนีหรือไปสมคบคิดคำให้การกับผู้อื่น พนักงานอัยการไต้หวันจึงยื่นคำร้องขอฝากขังต่อศาลแทบทุกคดี และมักขอให้สั่ง “ห้ามเยี่ยมและห้ามติดต่อสื่อสาร” (禁止接見通信) ด้วย
“ห้ามเยี่ยม” หมายความว่าอย่างไร
| สถานะ | ทำได้ | ทำไม่ได้ |
|---|---|---|
| ถูกสั่งห้ามเยี่ยม | ทนายความไต้หวันที่แต่งตั้งไว้เข้าพบในสถานกักกัน (看守所) ได้ | ญาติ เพื่อน และเจ้าหน้าที่สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย(ไทเป)เข้าเยี่ยม รวมถึงการส่งจดหมาย |
| ไม่ถูกสั่งห้ามเยี่ยม | ญาติใช้เอกสารแสดงตน(เช่า หนังสือเดินทางไทย) ขอเข้าเยี่ยมตามปกติ ฝากเงินและของใช้จำเป็นได้ | — |
ในช่วงที่ถูกห้ามเยี่ยม ทนายความไต้หวันที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นช่องทางเดียวที่ถูกต้องตามกฎหมายไต้หวันสำหรับให้ผู้ต้องหาสื่อสารเรื่องคดีกับโลกภายนอก และรับรู้ความห่วงใยจากครอบครัว
ระยะเวลาฝากขัง
การฝากขังในชั้นสอบสวนครั้งหนึ่งนานที่สุด 2 เดือน ขยายได้ 1 ครั้ง รวมแล้วการฝากขังในชั้นสอบสวนนานที่สุด 4 เดือน ในช่วงนี้พนักงานอัยการไต้หวันจะสอบสวน ตรวจพิสูจน์ชนิดและความบริสุทธิ์ของยาเสพติดให้เสร็จ แล้วฟ้องคดีตามกฎหมายไต้หวัน
ระยะเวลาโดยรวม
| ขั้นตอน | ระยะเวลาโดยประมาณ |
|---|---|
| ชั้นสอบสวน (รวมการฝากขัง) | นานที่สุด 4 เดือน |
| ศาลชั้นต้น | ประมาณ 1 ปี |
| อุทธรณ์คดีต่อศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา | อีกชั้นละประมาณ 1 ปี |
| คำพิพากษาถึงที่สุด | อาจใช้เวลาหลายปี |
การต้องรอนานหลายปีในสภาพที่ถูกฝากขังและห้ามเยี่ยม คือส่วนที่หนักหนาที่สุดสำหรับผู้ต้องหาในคดีประเภทนี้
6. อัตราโทษและการลดโทษ
โทษตามกฎหมาย
ตามมาตรา 4 แห่งรัฐบัญญัติป้องกันภัยจากยาเสพติด ไต้หวัน(毒品危害防制條例):
| ประเภทยาเสพติด | ตัวอย่างยาเสพติด | โทษตามกฎหมายสำหรับการขนส่ง |
|---|---|---|
| ประเภท 1 | เฮโรอีน มอร์ฟีน โคเคน | ประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต กรณีจำคุกตลอดชีวิต อาจปรับเพิ่มไม่เกิน 30 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน |
| ประเภท 2 | กัญชา แอมเฟตามีน ยาอี (MDMA) | จำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป อาจปรับเพิ่มไม่เกิน 15 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน |
| ประเภท 3 | เคตามีน (ยาเค) FM2 | จำคุกตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป อาจปรับเพิ่มไม่เกิน 10 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน |
| ประเภท 4 | ผลิตภัณฑ์ที่มีอีเฟดรีน(Ephedrine) ไซบูทรามีน (Sibutramine) | จำคุกตั้งแต่ 5 ปีถึง 12 ปี อาจปรับเพิ่มไม่เกิน 5 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน |
ข้อควรทราบ: โทษตามกฎหมายเป็นเพดานที่กำหนดไว้สำหรับผู้ค้ายารายที่ร้ายแรงที่สุด โทษที่ลงจริงในแต่ละคดีขึ้นอยู่กับปริมาณ บทบาท เป็นการกระทำผิดครั้งแรกหรือไม่ รับสารภาพหรือไม่ และปัจจัยอื่น ๆ ช่องทางต่อสู้คดีมักมีมากกว่าที่เห็นจากตัวเลขโทษตามกฎหมาย
ทางลดโทษ 3 ทาง (มาตรา 17)
| ทาง | เงื่อนไข | ผล |
|---|---|---|
| ให้ข้อมูลแหล่งที่มา | ให้ข้อมูลแหล่งที่มาของยาเสพติดที่เป็นประโยชน์จนนำไปสู่การจับกุมตัวการหรือผู้ร่วมกระทำผิดรายอื่น | ลดโทษหรือยกเว้นโทษ |
| รับสารภาพตลอดคดี | รับสารภาพทั้งในชั้นสอบสวนและในการพิจารณาคดีทุกชั้นศาล | ลดโทษ |
| ขนเพื่อเสพเอง | ขนส่งเพื่อเสพเอง และพฤติการณ์ไม่ร้ายแรง | ศาลอาจลดโทษให้ |
การ “ให้ข้อมูลแหล่งที่มา” สำคัญเป็นพิเศษ สำหรับคนรับหิ้วที่ถูกหลอกใช้ ผู้ฝากหิ้วก็คือแหล่งที่มาของยาเสพติดนั่นเอง หากให้ข้อมูลตัวตน ช่องทางติดต่อ และขั้นตอนการส่งมอบของผู้ฝากหิ้ว จนอัยการและตำรวจไต้หวันสามารถจับกุมตัวการหรือผู้ร่วมกระทำผิดรายอื่นได้ คนรับหิ้วก็มีโอกาสได้ลดโทษหรือยกเว้นโทษ
แต่ “รับสารภาพตลอดคดี” ต้องรับสารภาพตั้งแต่ชั้นสอบสวน และหากกลับคำให้การในชั้นศาลชั้นใดชั้นหนึ่ง สิทธินี้จะหมดไป นี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งว่าทำไมต้องตัดสินใจเรื่องแนวทางก่อนการสอบปากคำครั้งแรก
7. สามรูปแบบที่พบบ่อยเมื่อ “รับหิ้ว” กลายเป็น “ขนยา”
รูปแบบที่ 1: ยาลดความอ้วนที่มีส่วนผสมต้องห้าม
แรงงานไทยหรือคนไทยในไต้หวัน ฝากเพื่อนที่ไทยหิ้วยาลดความอ้วนที่กำลังนิยมในไทยมาให้ ยาลดความอ้วนบางยี่ห้อที่ขายในไทยที่ลักลอบใส่ “ไซบูทรามีน” (Sibutramine) ซึ่งกฎหมายไต้หวันจัดเป็นยาเสพติดประเภท 4 เมื่อนำเข้าแล้วถูกศุลกากรไต้หวันตรวจพบ คนรับหิ้วจะถูกจับกุมในข้อหานำเข้ายาเสพติดทันที
วิธีป้องกันตัว: ยาที่ซื้อขายได้ถูกต้องตามกฎหมายในไทย ไม่ได้แปลว่าถูกต้องตามกฎหมายไต้หวัน ก่อนนำยาเข้าไต้หวัน ให้ตรวจสอบรายการยาควบคุมของไต้หวันก่อน
รูปแบบที่ 2: ซุกซ่อนในบรรจุภัณฑ์ของฝาก
แก๊งอาชญากรรมซุกกัญชาหรือแอมเฟตามีนไว้ในของฝากจากไทย เช่น ซองดอกอัญชัน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป สาหร่าย และขนมขบเคี้ยวอื่น ๆ เคยมีผู้ประกอบการรับหิ้วถูกจับเพราะเหตุนี้มาแล้ว
วิธีป้องกันตัว: ไม่หิ้วของที่คนอื่นส่งมอบมาในบรรจุภัณฑ์ปิดผนึก คุณควรซื้อเอง แพ็กเอง
รูปแบบที่ 3: ค่าตอบแทนสูง “ช่วยหิ้วไปด้วยหน่อย”
ล่อด้วย “ไปเที่ยวไทยฟรี” หรือ “ค่าหิ้วเที่ยวละหลายแสนดอลลาร์ไต้หวัน” แล้วขอให้ช่วยหิ้วแป้งฝุ่น สบู่ กระเป๋า หรือกระเป๋าเดินทางกลับไต้หวัน ตอนเข้าไต้หวันถูกตรวจพบว่ามียาเสพติดซุกอยู่ข้างใน
วิธีป้องกันตัว: ค่าตอบแทนที่สูงเกินสมควร คือสัญญาณเตือน ไม่มีใครยอมจ่ายเงินหลายแสนเพื่อจ้างคุณหิ้วกระเป๋าใบเดียว
8. เช็กลิสต์ป้องกันตัวก่อนเดินทาง
ทุกข้อต่อไปนี้ ยังสามรถใช้เป็นพยานหลักฐานเมื่อต้องยกข้อต่อสู้ว่า “ไม่รู้” ในภายหลังด้วย
- ☐ หิ้วเฉพาะของที่ซื้อเอง ไม่รับพัสดุปิดผนึกที่คนอื่นส่งมอบให้
- ☐ ของทุกชิ้นเปิดกล่องตรวจด้วยตัวเองแล้ว
- ☐ เก็บบันทึกบทสนทนากับผู้ฝากหิ้ว ใบสั่งซื้อ และหลักฐานการชำระเงินไว้ครบถ้วน
- ☐ ผู้ฝากหิ้วมีตัวตนจริงและมีประวัติติดต่อกันมานาน
- ☐ ค่าตอบแทนใกล้เคียงกับค่าหิ้วทั่วไป
- ☐ ไม่รับตั๋วเครื่องบินและที่พักที่คนอื่นจัดให้
- ☐ ก่อนนำยาเข้าไต้หวัน ตรวจสอบรายการยาควบคุมของไต้หวันแล้ว
- ☐ พกช่องทางติดต่อทนายความในไต้หวันติดตัวด้วย (แบบกระดาษ)
ข้อสุดท้ายมักถูกมองข้าม โทรศัพท์มือถือถูกอายัดได้ แต่กระดาษจะไม่ถูกริบ
9. หลังคำพิพากษาถึงที่สุด
ตามมาตรา 95 แห่งประมวลกฎหมายอาญาไต้หวัน ชาวต่างชาติที่ถูกพิพากษาลงโทษตั้งแต่จำคุกขึ้นไป (ก็คือไม่รวมกรณีถูกพิพากษาลงโทษกักขังหรือปรับ) อาจถูกเนรเทศให้ออกนอกไต้หวันเมื่อรับโทษครบหรือได้รับการอภัยโทษแล้ว
หมายความว่า เมื่อรับโทษครบแล้ว โดยทั่วไปจะถูกส่งตัวกลับประเทศไทย และอาจถูกสั่งห้ามเข้าไต้หวัน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถูกควบคุมตัวที่สนามบินไต้หวันเพราะของที่รับหิ้วมา สิ่งแรกที่ควรทำคืออะไร
แยกให้ออกก่อนว่าเป็นเรื่องทางปกครองหรือคดีอาญา การไม่สำแดงเงินสด อาหารต้องห้าม บุหรี่หรือสุราเกินโควตา เป็นโทษทางปกครอง จ่ายค่าปรับหรือยอมให้ริบของก็จบ โดยทั่วไปผู้กระทำผิดยังเดินทางออกจากไต้หวันได้ แต่ถ้าเกี่ยวกับยาเสพติด จะเป็นคดีอาญาร้ายแรง และจะถูกส่งตัวไปสำนักงานอัยการไต้หวันทันที หากเป็นกรณีหลัง ให้ใช้สิทธิ 5 ข้อทันที คือ ขอให้เจ้าพนักงานแจ้งข้อหา ไม่ให้การ ขอล่ามภาษาไทย ขอให้ทนายความไต้หวันมาอยู่ด้วย และขอให้แจ้งสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย(ไทเป)ก่อนที่ล่ามและทนายความจะมาถึงและก่อนที่คุณจะเข้าใจเนื้อหาข้อกล่าวหาทั้งหมด อย่าเซ็นเอกสารใด ๆ บันทึกคำให้การที่คุณเซ็นแล้วจะติดอยู่ในสำนวนไปจนจบคดี และกลับคำในภายหลังได้ยากมาก
ชาวต่างชาติในไต้หวันขอทนายความฟรีได้หรือไม่
ได้ ตามมาตรา 5 วรรค 4 แห่งรัฐบัญญัติความช่วยเหลือทางกฎหมายไต้หวัน (法律扶助法) ผู้ที่ถูกกล่าวหาในความผิดซึ่งมีอัตราโทษขั้นต่ำตั้งแต่จำคุก 3 ปีขึ้นไป และยังไม่ได้แต่งตั้งทนายความในการสอบปากคำครั้งแรกในชั้นสอบสวน มีสิทธิขอให้ทนายความของมูลนิธิช่วยเหลือทางกฎหมายไต้หวัน (法扶) มาร่วมฟังการสอบปากคำ โดยไม่ตรวจสอบฐานะการเงินและไม่จำกัดสัญชาติ ความผิดฐานขนส่งยาเสพติดทุกประเภทมีโทษตามกฎหมายไต้หวันตั้งแต่จำคุก 3 ปีขึ้นไป จึงเข้าเกณฑ์ วิธีขอ: บอกตำรวจหรือศุลกากรไต้หวันว่า “我要申請法扶律師陪訊” หรือโทร (02) 2559-2119 (ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด) ตัวคุณเอง ญาติ เพื่อน หรือเจ้าพนักงานที่สอบปากคำ โทรได้ทั้งนั้น โดยหลักแล้วทนายความจากมูลนิธิฯ ร่วมฟังเฉพาะการสอบปากคำครั้งแรก แต่ในชั้นพิจารณาคำร้องขอฝากขังและชั้นพิจารณาคดี กฎหมายบังคับให้ต้องมีทนายความตามมาตรา 31-1 และมาตรา 31 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาไต้หวัน ศาลไต้หวันจึงต้องแต่งตั้งทนายความให้
ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่าในพัสดุมียาเสพติด ศาลจะยกฟ้องหรือไม่
ความผิดฐานขนส่งยาเสพติดเป็นความผิดที่ต้องกระทำโดยเจตนา ไม่มีความผิดฐานประมาท ผู้ที่ไม่รู้จริง ๆ ในทางกฎหมายถือว่าไม่มีความผิด แต่คำว่า “ไม่รู้” เพียงคำเดียวไม่ได้ทำให้คุณพ้นผิด ศาลจะพิจารณาว่าคุณไม่รู้จริง ๆ หรือ “ควรรู้ได้แต่จงใจไม่อยากรู้” เจตนาตามกฎหมายอาญาไต้หวันรวมถึง “เจตนาโดยอ้อม” (不確定故意 ใกล้เคียงกับ “เจตนาเล็งเห็นผล” ในกฎหมายไทย) ด้วย หากสถานการณ์น่าสงสัยอย่างเห็นได้ชัด (ค่าตอบแทนสูงเกินสมควร ไม่รู้ว่าผู้ฝากหิ้วเป็นใคร พัสดุปิดผนึกที่ถูกกำชับว่าห้ามเปิด อีกฝ่ายจัดตั๋วเครื่องบินและที่พักให้) แต่คุณยังหิ้วไป ศาลอาจถือว่าคุณเล็งเห็นได้ว่าผลจะเกิดขึ้นและผลนั้นไม่ขัดกับความตั้งใจของตน ซึ่งยังคงเป็นเจตนา หัวใจสำคัญอยู่ที่พยานหลักฐาน ได้แก่ บทสนทนาทั้งหมดกับผู้ฝากหิ้ว ใบสั่งซื้อ หลักฐานการชำระเงิน และประวัติการซื้อขายตามปกติที่ผ่านมา ซึ่งต้องขอผ่านทนายความให้รักษาไว้ตั้งแต่ตอนที่ถูกควบคุมตัว
ควรรับสารภาพ หรือควรต่อสู้ว่าไม่รู้
สองแนวทางนี้ไปด้วยกันไม่ได้ ต้องตัดสินใจก่อนการสอบปากคำครั้งแรกและหลังจากปรึกษาทนายความแล้ว การต่อสู้ว่าไม่รู้โดยมีเป้าหมายให้ศาลยกฟ้อง แต่ถ้าศาลไม่เชื่อ จะถือว่าไม่ได้รับสารภาพ และใช้สิทธิลดโทษจากการรับสารภาพไม่ได้ ส่วนการยอมรับผิดและรับสารภาพ ได้ลดโทษตามมาตรา 17 แห่งรัฐบัญญัติป้องกันภัยจากยาเสพติดไต้หวัน (毒品危害防制條例) แต่เท่ากับสละข้อต่อสู้ว่าไม่มีความผิด นอกจากนี้ “รับสารภาพตลอดคดี” หมายถึงต้องรับสารภาพทั้งในชั้นสอบสวนและในการพิจารณาคดีทุกชั้นศาล หากกลับคำให้การในชั้นใดชั้นหนึ่ง สิทธินี้จะหมดไป ในทางกลับกัน หากยอมรับในบันทึกคำให้การไว้ก่อนว่ารู้ แล้วมาต่อสู้ภายหลังว่าไม่รู้ ความน่าเชื่อถือจะลดลงอย่างมาก นี่คือเหตุผลว่าทำไมต้องมีทนายความก่อนการสอบปากคำครั้งแรก และควรรู้มาตรา 17 วรรค 1 ไว้ด้วย: ผู้ที่ให้ข้อมูลแหล่งที่มาของยาเสพติดจนนำไปสู่การจับกุมตัวการหรือผู้ร่วมกระทำผิดรายอื่น อาจได้ลดโทษหรือยกเว้นโทษ สำหรับคนรับหิ้วที่ถูกหลอกใช้ ผู้ฝากหิ้วก็คือแหล่งที่มานั่นเอง
เมื่อถูกฝากขังและห้ามเยี่ยมแล้ว ครอบครัวเข้าเยี่ยมได้หรือไม่
ไม่ได้ ความผิดฐานขนส่งยาเสพติดเป็นความผิดร้ายแรงที่มีอัตราโทษขั้นต่ำตั้งแต่จำคุก 5 ปีขึ้นไป ชาวต่างชาติมักถูกมองว่าอาจหลบหนีหรือไปสมคบคิดคำให้การกับผู้อื่น พนักงานอัยการไต้หวันจึงยื่นคำร้องขอฝากขังแทบทุกคดี และมักขอให้สั่ง “ห้ามเยี่ยมและห้ามติดต่อสื่อสาร” ด้วย ผู้ที่ถูกสั่งห้ามเยี่ยม ญาติ เพื่อน และเจ้าหน้าที่สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย (ไทเป) จะเข้าเยี่ยมไม่ได้ และส่งจดหมายก็ไม่ได้ มีเพียงทนายความไต้หวันที่แต่งตั้งไว้เท่านั้นที่เข้าพบในสถานกักกันได้ จึงเป็นช่องทางเดียวที่ถูกต้องตามกฎหมายในการสื่อสารเรื่องคดีกับผู้ต้องหาและส่งต่อความห่วงใยจากครอบครัว หากไม่ถูกสั่งห้ามเยี่ยม ญาติใช้เอกสารแสดงตนขอเข้าเยี่ยมตามปกติ และฝากเงินกับของใช้จำเป็นได้ การฝากขังในชั้นสอบสวนนานที่สุด 4 เดือน ศาลชั้นต้นประมาณ 1 ปี อุทธรณ์ถึงศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาอีกชั้นละประมาณ 1 ปี กว่าคำพิพากษาจะถึงที่สุดอาจใช้เวลาหลายปี
ขนส่งยาเสพติดในไต้หวันโทษหนักแค่ไหน
ตามมาตรา 4 แห่งรัฐบัญญัติป้องกันภัยจากยาเสพติด ไต้หวัน (毒品危害防制條例) การขนส่งยาเสพติดประเภท 1 (เฮโรอีน โคเคน) มีโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต ประเภท 2 (กัญชา แอมเฟตามีน ยาอี) จำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ประเภท 3 (ยาเค FM2) จำคุกตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป ประเภท 4 (ผลิตภัณฑ์ที่มีอีเฟดรีน ไซบูทรามีน) จำคุกตั้งแต่ 5 ปีถึง 12 ปี แต่โทษตามกฎหมายไต้หวันกำหนดไว้สำหรับผู้ค้ายารายที่ร้ายแรงที่สุด โทษที่ลงจริงในแต่ละคดีขึ้นอยู่กับปริมาณ บทบาท เป็นการกระทำผิดครั้งแรกหรือไม่ และรับสารภาพหรือไม่ ทางลดโทษมี 3 ทาง คือ ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์จนนำไปสู่การจับกุมผู้ร่วมกระทำความผิดได้ (ลดโทษหรือยกเว้นโทษ) รับสารภาพตลอดทั้งชั้นสอบสวนและชั้นศาล (ลดโทษ) และขนเพื่อเสพเองซึ่งพฤติการณ์ไม่ร้ายแรง (ศาลอาจลดโทษให้) เมื่อคำพิพากษาถึงที่สุดและรับโทษครบแล้ว อาจถูกเนรเทศให้ออกนอกไต้หวันตามมาตรา 95 แห่งประมวลกฎหมายอาญาไต้หวัน
ยาลดความอ้วนที่ถูกกฎหมายในไทย นำเข้าไต้หวันจะมีปัญหาหรือไม่
อาจเข้าข่ายความผิดฐานขนส่งยาเสพติดประเภท 4 ยาลดความอ้วนบางยี่ห้อที่ขายในไทยลักลอบใส่“ไซบูทรามีน” (Sibutramine) ซึ่งไต้หวันจัดเป็นยาเสพติดประเภท 4 เมื่อนำเข้าแล้วถูกศุลกากรไต้หวันตรวจพบ จะถูกส่งตัวดำเนินคดีในข้อหานำเข้ายาเสพติด ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีถึง 12 ปี ยาบางตัวที่ถูกกฎหมายในไทยไม่ได้แปลว่าถูกกฎหมายในไต้หวัน เพราะรายการควบคุมของสองประเทศไม่เหมือนกัน นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ที่มี สาร CBD และยาที่มีอีเฟดรีนก็อยู่ในยาควบคุมของไต้หวันเช่นกัน ก่อนรับหิ้วยา ต้องตรวจสอบรายการยาควบคุมของไต้หวันก่อนเสมอ หากถูกตรวจพบแล้ว ข้อต่อสู้ว่า “นึกว่าเป็นยาลดความอ้วนธรรมดา” ก็ยังต้องมีหลักฐานสนับสนุน เช่น หลักฐานการซื้อที่แสดงว่าผลิตภัณฑ์นั้นวางขายอย่างเปิดเผยและถูกกฎหมายในไทย และคุณไม่รู้ส่วนผสม
ก่อนเดินทาง จะป้องกันตัวเองไม่ให้ถูกหลอกใช้ได้อย่างไร
มี 8 ข้อ: (1) หิ้วเฉพาะของที่ซื้อเอง ไม่รับพัสดุปิดผนึกที่คนอื่นส่งมอบให้ (2) เปิดกล่องตรวจของทุกชิ้นด้วยตัวเอง (3) เก็บบทสนทนากับผู้ฝากหิ้ว ใบสั่งซื้อ และหลักฐานการชำระเงินไว้ครบถ้วน (4) ตรวจสอบว่าผู้ฝากหิ้วมีตัวตนจริงและมีประวัติติดต่อกันมานาน (5) ค่าตอบแทนใกล้เคียงกับค่าหิ้วทั่วไป ถ้าสูงเกินสมควรคือสัญญาณเตือน (6) ไม่รับตั๋วเครื่องบินและที่พักที่คนอื่นจัดให้ (7) ตรวจสอบรายการยาควบคุมของไต้หวันก่อนนำยาเข้า (8) พกช่องทางติดต่อทนายความในไต้หวันแบบกระดาษติดตัว ทั้ง 8 ข้อนี้ยังสามารถใช้เป็นพยานหลักฐานเมื่อต้องยกข้อต่อสู้ว่า “ไม่รู้” ในภายหลังด้วย เพราะแต่ละข้อตรงกับปัจจัยที่ศาลใช้พิจารณาว่า “ควรรู้ได้” หรือไม่ ข้อสุดท้ายมักถูกมองข้าม: โทรศัพท์มือถือถูกอายัดได้ แต่กระดาษจะไม่ถูกริบ
บทความที่เกี่ยวข้อง
- ฟรีวีซ่าไต้หวัน 14 วัน 2026: อยู่เกินกำหนดหรือทำงานผิดกฎหมาย เสี่ยงอะไรบ้าง
- แรงงานไทยในไต้หวัน 2026: วีซ่าทำงาน ค่าจ้าง สิทธิ สายด่วน 1955
- วีซ่าไต้หวัน 2026 สำหรับคนไทย: ฟรีวีซ่า 14 วัน วีซ่าธุรกิจ eVisa
คดีรับหิ้วที่กลายเป็นขนยา ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อมักเป็นคนที่ไม่ได้ระวังตัวเลย คิดว่าแค่ช่วยหิ้วของให้เพื่อน คิดว่าของที่ซื้อได้ในไทยก็นำเข้าไต้หวันได้
แต่ภายใต้กฎหมายไต้หวัน “ไม่รู้” เป็นข้อต่อสู้ที่ฟังขึ้นได้ แต่ต้องมีพยานหลักฐาน และต้องจัดการให้ถูกต้องตั้งแต่ไม่กี่ชั่วโมงแรก เซ็นบันทึกคำให้การผิดฉบับเดียว หรือพูดผิดประโยคเดียว ก็อาจทำให้คดีที่ควรจะยกฟ้องได้ กลายเป็นโทษจำคุกสิบปีขึ้นไป
Louis Group (萬國萬佳法律顧問集團) มีสำนักงานในไทเป ซินจู๋ ไถจง และกรุงเทพฯ ทำงานร่วมกันโดยทนายความไต้หวันและทนายความไทย และสื่อสารเป็นภาษาไทยได้ เราช่วยเหลือคนไทยในไต้หวันในเรื่องต่อไปนี้: ความช่วยเหลือทางกฎหมายเร่งด่วนเมื่อถูกควบคุมตัว การร่วมฟังการสอบปากคำครั้งแรก การพิจารณาคำร้องขอฝากขังและการอุทธรณ์คำสั่งศาล (抗告) การเข้าพบผู้ต้องหาในสถานกักกัน การต่อสู้คดีอาญา และการประสานงานกับครอบครัวที่ประเทศไทย
หากคุณหรือคนที่คุณรู้จักกำลังเผชิญสถานการณ์เช่นนี้ โปรดติดต่อทันที เพราะคดีประเภทนี้มีช่องทางให้จัดการได้มากที่สุดในช่วงไม่กี่ชั่วโมงแรก
ผู้เขียน: ฐิรกานต์ หลิน (Tirakan Lin)|ทนายความผู้มีใบอนุญาตในประเทศไทย และทนายความฝึกหัดในไต้หวัน ตรวจทานเนื้อหากฎหมายไต้หวันโดย: ทนายความ Raymond Yu (Po-Chang Yu)
บทความนี้เป็นข้อมูลทางกฎหมายทั่วไป มิใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะราย อัตราโทษ ขั้นตอน และการลดโทษขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละคดี ชนิดและปริมาณของยาเสพติด และกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะนั้น หากมีคดีเกิดขึ้นจริง โปรดแต่งตั้งทนายความทันที และยึดตามหลักเกณฑ์ล่าสุดของศาลและหน่วยงานผู้มีอำนาจของไต้หวัน