คู่สมรสชาวไทยอยู่ไต้หวันถาวรได้อย่างไร 2026: ARC, APRC และการแปลงสัญชาติ
ฐิรกานต์ หลิน (Tirakan Lin) ทนายความ (ไทย) / ทนายความฝึกหัด (ไต้หวัน)
สรุปสาระสำคัญ
- ขั้นตอนหลักมี 3 ขั้น: จดทะเบียนสมรสทั้งสองประเทศ → ขอวีซ่าพำนักระยะยาวประเภทติดตามคู่สมรส → เปลี่ยนเป็นบัตรถิ่นที่อยู่ (ARC) ภายใน 30 วันหลังเข้าไต้หวัน
- ต้องจดทะเบียนสมรสที่ประเทศไทยก่อนเสมอ และผ่านการสัมภาษณ์แต่งงานที่สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย จึงจะไปจดทะเบียนที่ไต้หวันได้
- ผู้ถือบัตร ARC ประเภทติดตามคู่สมรสทำงานได้ทันทีโดยไม่ต้องขอใบอนุญาตทำงาน ตามมาตรา 48 แห่งรัฐบัญญัติบริการจัดหางาน ไต้หวัน
- ทางแยกสำคัญ: อยู่ครบ 5 ปี (ปีละ 183 วันขึ้นไป) ขอบัตรถิ่นที่อยู่ถาวร (APRC) ได้โดยไม่ต้องสละสัญชาติไทย หรืออยู่ครบ 3 ปี ขอแปลงเป็นสัญชาติไต้หวัน ได้แต่ตามหลักต้องสละสัญชาติไทย
- ข้อควรระวังที่สำคัญที่สุด: หากแปลงสัญชาติเป็นไต้หวัน ท่านจะกลายเป็นคนต่างชาติในสายตากฎหมายไทย และจะถือครองที่ดินในประเทศไทยไม่ได้อีกต่อไป รวมถึงการรับมรดกที่ดินจากบิดามารดาคนไทย
- คู่สมรสของคนไต้หวันได้รับการยกเว้นเงื่อนไขด้านฐานะทางการเงินทั้งในการขอบัตรถิ่นที่อยู่ถาวร (APRC) และการแปลงสัญชาติ (เมื่อสมรสครบ 3 ปี)
หากท่านเป็นคนไทยที่แต่งงานกับคนไต้หวัน คำถามแรกมักไม่ใช่ “จะอยู่ไต้หวันได้อย่างไร” แต่เป็น “จะอยู่ได้นานแค่ไหน และต้องแลกกับอะไร”
คำตอบสั้น ๆ คือ ท่านมีสองเส้นทาง และทั้งสองเส้นทางไม่เหมือนกันเลย
เส้นทางแรกคือ บัตรถิ่นที่อยู่ถาวร (APRC) — อยู่ไต้หวันได้ตลอดชีพ ยังคงถือหนังสือเดินทางไทย ยังคงเป็นคนไทย แต่ไม่มีสิทธิเลือกตั้งและยังต้องอยู่ในไต้หวันปีละ 183 วัน
เส้นทางที่สองคือ การแปลงสัญชาติ — ได้บัตรประจำตัวประชาชนไต้หวัน มีสิทธิเลือกตั้ง ไม่มีข้อจำกัดวันพำนัก แต่ตามหลักแล้วต้องสละสัญชาติไทย และนั่นหมายความว่าท่านจะสูญเสียสิทธิถือครองที่ดินในประเทศบ้านเกิด
บทความนี้อธิบายขั้นตอนทั้งหมดตามกฎหมายไต้หวันที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน และชี้ให้เห็นผลกระทบทางกฎหมายไทยที่คนไทยจำนวนมากไม่ทราบจนกระทั่งสายเกินไป
บริบท: คู่สมรสชาวต่างชาติในไต้หวัน
ตามสถิติของกระทรวงมหาดไทยไต้หวัน ในปี 2568 (ค.ศ. 2025) มีคู่สมรสจดทะเบียนทั้งสิ้น 104,376 คู่ ในจำนวนนี้ 19,334 คู่ (ร้อยละ 18.5) มีฝ่ายหนึ่งเป็นชาวต่างชาติหรือคนจากจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง มาเก๊า
ในกลุ่มคู่สมรสชาวต่างชาติ ผู้มาจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีจำนวนมากที่สุดคือ 9,596 คน คิดเป็นร้อยละ 49.6 ของคู่สมรสที่ไม่ใช่ชาวไต้หวันทั้งหมด
กล่าวได้ว่า ในทุก ๆ สิบคู่ที่จดทะเบียนสมรสในไต้หวัน จะมีหนึ่งคู่ที่ฝ่ายหนึ่งมาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ท่ามกลางสังคมสูงวัยและอัตราการเกิดที่ลดลง คู่สมรสชาวต่างชาติและบุตร (ที่ไต้หวันเรียกว่า “ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่”) มีบทบาทต่อสังคมไต้หวันมากขึ้นทุกปี
ขั้นตอนที่ 1: จดทะเบียนสมรสให้ครบทั้งสองประเทศ
ข้อนี้เป็นจุดที่ผิดพลาดกันมากที่สุด และแก้ไขย้อนหลังได้ยาก
ทางการไต้หวันกำหนดว่า คู่สมรสต้อง จดทะเบียนสมรสที่ประเทศไทยให้ถูกต้องก่อน จากนั้นผ่านการสัมภาษณ์แต่งงานที่สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย แล้วจึงนำเอกสารไปจดทะเบียนสมรสที่สำนักงานทะเบียนราษฎร์ในไต้หวัน
คู่ที่ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสที่ประเทศไทย จะไปจดทะเบียนที่สำนักงานทะเบียนราษฎร์ของไต้หวันโดยตรงไม่ได้
การสัมภาษณ์เป็นขั้นตอนบังคับ มิใช่พิธีการ เจ้าหน้าที่จะสอบถามเพื่อยืนยันว่าการสมรสเป็นความจริงและสุจริต หากผลการสัมภาษณ์ไม่ผ่าน กระบวนการทั้งหมดจะยุติลงตั้งแต่ขั้นแรก
ขั้นตอนที่ 2: ขอวีซ่าพำนักระยะยาวประเภทติดตามคู่สมรส
เมื่อจดทะเบียนสมรสครบทั้งสองประเทศแล้ว คู่สมรสชาวไทยยื่นขอ วีซ่าพำนักระยะยาว (Resident Visa) ประเภทติดตามคู่สมรส ที่สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย
วีซ่าประเภทนี้แตกต่างจากวีซ่าท่องเที่ยวหรือวีซ่าเยี่ยมเยียนโดยสิ้นเชิง เพราะเป็นวีซ่าที่นำไปสู่การขอบัตรถิ่นที่อยู่ได้
ขั้นตอนที่ 3: ขอบัตรถิ่นที่อยู่ ARC ภายใน 30 วัน
หลังเดินทางเข้าไต้หวันด้วยวีซ่าถิ่นที่อยู่แล้ว ต้องยื่นขอ บัตรถิ่นที่อยู่สำหรับคนต่างชาติ (ARC) ภายใน 30 วัน ณ ศูนย์บริการของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (NIA) ไต้หวัน ในเขตที่พักอาศัย
ข้อกำหนดที่ต้องทราบล่วงหน้า:
- การขอบัตร ARC ครั้งแรก หรือการเปลี่ยนเหตุผลการพำนักเป็นการติดตามคู่สมรสเนื่องจากการสมรส คู่สมรสชาวไต้หวันต้องไปด้วยตนเอง
- ต้องยื่นที่สำนักงานในเขตที่ผู้ยื่นพำนักอยู่จริง
- ARC ฉบับแรกมีอายุ 1 ปี
การต่ออายุ: ต้องยื่นขอต่ออายุภายใน 3 เดือนก่อนวันหมดอายุ ตราบใดที่ความสัมพันธ์ทางการสมรสยังคงอยู่ ก็สามารถต่ออายุได้เรื่อย ๆ
สิทธิที่ได้รับเมื่อถือ ARC ประเภทติดตามคู่สมรส
1. ทำงานได้โดยไม่ต้องขอใบอนุญาตทำงาน
ตาม มาตรา 48 แห่งรัฐบัญญัติบริการจัดหางาน ไต้หวัน คู่สมรสชาวต่างชาติที่สมรสกับผู้มีทะเบียนบ้านในไต้หวันและได้รับอนุญาตให้พำนักในไต้หวัน ไม่ต้องขอใบอนุญาตทำงานแยกต่างหาก
ท่านสามารถหางาน ทำงานเต็มเวลาหรือพาร์ทไทม์ได้อย่างอิสระ นายจ้างเพียงตรวจสอบบัตร ARC และสำเนาทะเบียนบ้าน (หรือหลักฐานการสมรส) ก็ว่าจ้างได้ตามกฎหมาย
นี่เป็นสิทธิที่แตกต่างอย่างมากจากแรงงานต่างชาติทั่วไป ซึ่งผูกติดกับนายจ้างรายเดียวและเปลี่ยนงานได้ยาก
2. ประกันสุขภาพถ้วนหน้า (NHI)
คุณสมบัติ: มีเอกสารแสดงถิ่นที่อยู่ในไต้หวันและพำนักครบ 6 เดือน (หากออกนอกประเทศหนึ่งครั้งไม่เกิน 30 วัน ให้หักวันที่อยู่นอกประเทศออกแล้วยังครบ 6 เดือน) จะเข้าระบบประกันสุขภาพภาคบังคับ ได้รับความคุ้มครองเท่าเทียมกับคนไต้หวัน
หากมีงานทำ: นายจ้างจะดำเนินการขึ้นทะเบียนให้ตั้งแต่วันเริ่มงาน ไม่ต้องรอครบ 6 เดือน
ข้อควรระวังในทางปฏิบัติ: ช่วง 6 เดือนแรกหลังเดินทางมาถึงเป็นช่วงที่ยังไม่มีประกันสุขภาพ หากยังไม่มีงานทำ ควรเตรียมประกันสุขภาพระหว่างประเทศไว้รองรับ และควรตรวจสุขภาพให้เรียบร้อยก่อนเดินทางออกจากประเทศไทย
3. เข้าออกไต้หวันได้อย่างอิสระ
บัตร ARC ที่ยังไม่หมดอายุ ใช้เป็นใบอนุญาตกลับเข้าไต้หวันได้ด้วย ท่านจึงเดินทางเข้าออกไต้หวันได้ภายในอายุบัตร โดยไม่ต้องขอวีซ่าใหม่ทุกครั้ง
4. ใบขับขี่และบริการในชีวิตประจำวัน
- ใบขับขี่: สอบใบขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ของไต้หวันได้ หรือนำใบขับขี่ไทยมาเปลี่ยนเป็นใบขับขี่ไต้หวันตามกฎหมาย
- บริการทางการเงินและโทรคมนาคม: เปิดบัญชีธนาคารทั่วไปหรือบัญชีธนาคารไปรษณีย์ (Post Bank) ขอบัตรเครดิต และจดทะเบียนหมายเลขโทรศัพท์มือถือส่วนบุคคลได้
5. เริ่มนับเวลาเพื่อขอ APRC หรือแปลงสัญชาติ
ระยะเวลาที่ถือบัตร ARC ประเภทติดตามคู่สมรสจะถูกนับรวมเพื่อขอบัตรถิ่นที่อยู่ถาวร (APRC) หรือแปลงสัญชาติในอนาคต นี่คือเหตุผลที่ต้องรักษาความต่อเนื่องของบัตร ARC สำคัญมาก
6. ความคุ้มครองทางกฎหมายและบริการสังคม
- ความปลอดภัยส่วนบุคคลและความรุนแรงในครอบครัว: ได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายเช่นเดียวกับคนไต้หวัน สามารถยื่นคำร้องขอคำสั่งคุ้มครองหรือขอความช่วยเหลือจากสำนักงานสังคมสงเคราะห์ได้ สิทธินี้ไม่ต้องได้รับความยินยอมของคู่สมรสชาวไต้หวัน
- บริการสำหรับผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่: เข้าร่วมชั้นเรียนภาษาจีน การฝึกทักษะอาชีพ และรับบริการจากศูนย์บริการครอบครัวผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ของแต่ละจังหวัดในไต้หวันได้
ทางแยก: APRC หรือแปลงสัญชาติ?
เมื่ออยู่ไต้หวันมาระยะหนึ่ง ท่านจะมาถึงทางแยกที่ต้องตัดสินใจ ตารางต่อไปนี้เปรียบเทียบให้เห็นภาพรวม
| หัวข้อ | ARC (บัตรถิ่นที่อยู่ประเภทติดตามคู่สมรส) | APRC (บัตรถิ่นที่อยู่ถาวร) | แปลงสัญชาติ (บัตรประชาชน) |
|---|---|---|---|
| ระยะเวลาที่ต้องอยู่ | ตั้งแต่เข้าประเทศ | 5 ปี ปีละ 183 วันขึ้นไป | 3 ปี ปีละ 183 วันขึ้นไป |
| สละสัญชาติไทย | ไม่ต้อง | ไม่ต้อง | ตามหลักต้องสละ |
| อายุบัตร | 1 ปี ต่ออายุได้ | ตลอดชีพ | ไม่มีบัตรถิ่นที่อยู่ |
| ต้องต่ออายุ | ทุก 1-3 ปี | ไม่ต้อง | ไม่ต้อง |
| สิทธิทำงาน | มี | มี | มี |
| สิทธิเลือกตั้ง / สมัครรับเลือกตั้ง | ไม่มี | ไม่มี | มี |
| รับราชการ | ไม่ได้ | ไม่ได้ | ได้ |
| ข้อจำกัดวันพำนัก | ตามเงื่อนไขการสมรส | ปีละ 183 วัน | ไม่มี |
| หนังสือเดินทางที่ใช้ | ไทย | ไทย | ไต้หวัน |
| ถือครองที่ดินในไทย | ได้ | ได้ | ไม่ได้ |
| ผูกกับสถานะสมรส | ผูก | ไม่ผูก | ไม่ผูก |
เส้นทางที่ 1: บัตรถิ่นที่อยู่ถาวร (APRC)
เงื่อนไขระยะเวลา
ตาม มาตรา 25 แห่งรัฐบัญญัติการเข้าเมืองและตรวจคนเข้าเมืองไต้หวัน มีสองเส้นทาง:
- พำนักในไต้หวันอย่างถูกกฎหมายต่อเนื่อง 5 ปี โดยแต่ละปีอยู่ไต้หวัน 183 วันขึ้นไป หรือ
- คู่สมรสหรือบุตรชาวต่างชาติของผู้มีทะเบียนบ้านในไต้หวัน พำนักอย่างถูกกฎหมาย 10 ปีขึ้นไป โดยมี 5 ปีที่แต่ละปีอยู่ไต้หวัน 183 วันขึ้นไป
เงื่อนไขอื่นอีก 4 ข้อ
นอกจากระยะเวลาแล้ว ยังต้องเข้าเงื่อนไขทั้งสี่ข้อนี้:
- อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
- ไม่มีความประพฤติเสื่อมเสีย และไม่มีประวัติคดีอาญาตามหนังสือรับรองประวัติอาชญากรรม
- มีทรัพย์สินหรือทักษะเพียงพอที่จะเลี้ยงตนเองได้ — แต่กรณีคู่สมรสของผู้มีทะเบียนบ้านในไต้หวันจะได้รับการยกเว้นข้อนี้
- สอดคล้องกับผลประโยชน์ของไต้หวัน
ข้อ 3 เป็นสิทธิพิเศษที่หลายคนไม่ทราบ คู่สมรสของคนไต้หวันไม่ต้องพิสูจน์ฐานะทางการเงิน ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับชาวต่างชาติทั่วไป
กำหนดเวลายื่นคำขอ
ต้องยื่นภายใน 2 ปีนับแต่วันที่ครบเงื่อนไขระยะเวลาพำนัก หากปล่อยให้พ้นกำหนด อาจต้องเริ่มนับใหม่
ข้อดี
- ทุกสิทธิที่บัตร ARC มี บัตร APRC มีครบ แต่บัตร APRC มีผลตลอดชีพ ไม่ต้องไปต่ออายุที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทุก 1-3 ปี
- ไม่ต้องสละสัญชาติไทย ยังคงถือหนังสือเดินทางไทยควบคู่กับบัตรถิ่นที่อยู่ถาวรในไต้หวัน
- สิทธิในประเทศไทยไม่ได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นการถือครองที่ดิน การรับมรดก หรือสวัสดิการของรัฐไทย
- สถานะถิ่นที่อยู่ไม่ผูกกับการสมรสอีกต่อไป หากในอนาคตความสัมพันธ์สิ้นสุดลง สถานะถิ่นที่อยู่ยังคงอยู่
ข้อจำกัด
- ไม่มีสิทธิเลือกตั้งและสมัครรับเลือกตั้ง
- เดินทางออกนอกประเทศยังต้องใช้หนังสือเดินทางไทย และต้องขอวีซ่าตามข้อกำหนดของประเทศปลายทาง
- ยังมีข้อจำกัดวันพำนัก: ต้องอยู่ในไต้หวันปีละ 183 วัน (หรือได้รับอนุมัติให้อยู่นอกไต้หวันเกินกำหนดจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไต้หวัน) หากออกนอกไต้หวันเป็นเวลานาน บัตรถิ่นที่อยู่ถาวรอาจถูกเพิกถอนได้
เส้นทางที่ 2: การแปลงสัญชาติ
เงื่อนไขระยะเวลา
สมรสกับคนไต้หวันแล้วพำนักอย่างถูกกฎหมาย 3 ปีขึ้นไป โดยแต่ละปีอยู่ครบ 183 วัน ก็ยื่นขอแปลงสัญชาติได้
ขั้นตอนที่ถูกต้อง
หลายแหล่งข้อมูลอธิบายขั้นตอนนี้ผิด จึงขอระบุลำดับที่ถูกต้องไว้:
- ยื่นคำขอแปลงสัญชาติ ที่สำนักงานทะเบียนราษฎร ไต้หวัน
- ได้รับอนุญาตให้แปลงสัญชาติ
- ยื่นหลักฐานการสละสัญชาติเดิม ภายใน 1 ปีนับแต่วันที่ได้รับอนุญาตให้แปลงสัญชาติ
- ขอใบอนุญาตตั้งถิ่นฐานในไต้หวัน
- จดทะเบียนบ้านและขอบัตรประจำตัวประชาชน
จุดที่ต้องเข้าใจให้ชัด: ตามมาตรา 9 วรรคสาม แห่งรัฐบัญญัติสัญชาติ หากยังไม่ยื่นหลักฐานการสละสัญชาติเดิม จะไม่ได้รับอนุญาตให้ตั้งถิ่นฐาน กล่าวคือ การสละสัญชาติเกิดขึ้น ก่อน ได้บัตรประชาชน ไม่ใช่หลังจากนั้น
เรื่องการสละสัญชาติไทย: ข้อเท็จจริงที่ครบถ้วน
ตาม มาตรา 9 แห่งรัฐบัญญัติสัญชาติ ผู้ขอแปลงสัญชาติต้องยื่นหลักฐานการสละสัญชาติเดิมภายใน 1 ปีนับแต่วันได้รับอนุญาต
แต่มีข้อยกเว้นและกลไกผ่อนผันที่ควรทราบ:
การขยายเวลา: หากพ้นกำหนดแล้วยังไม่ได้ยื่น แต่กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นเพราะข้อจำกัดทางกฎหมายหรือกระบวนการทางปกครองของประเทศเดิม ทำให้ไม่สามารถยื่นได้ทันกำหนด สามารถขอขยายเวลาได้ มิใช่ถูกเพิกถอนทันที
กรณีได้รับยกเว้นไม่ต้องยื่นหลักฐานการสละสัญชาติ มีสามกรณี:
- ผู้ขอแปลงสัญชาติตามมาตรา 6 แห่งรัฐบัญญัติสัญชาติ (ผู้มีคุณูปการพิเศษต่อไต้หวัน)
- ผู้เชี่ยวชาญระดับสูงในสาขาวิทยาศาสตร์ เศรษฐกิจ การศึกษา วัฒนธรรม ศิลปะ กีฬา หรือสาขาอื่น ซึ่งได้รับการเสนอชื่อจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผ่านการพิจารณา
- ไม่สามารถขอหลักฐานการสละสัญชาติเดิมได้ด้วยเหตุที่มิใช่ความผิดของผู้ขอเอง
ข้อ 3 เป็นกลไกที่มีอยู่จริงในกฎหมาย แต่การจะเข้าข้อยกเว้นนี้ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี มิใช่สิ่งที่ควรวางแผนโดยสันนิษฐานว่าจะได้รับ ผู้ที่คาดว่าอาจเข้าข่ายควรปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจ
เอกสารทางการเงิน: คู่สมรสได้รับการยกเว้น
ตามกฎกระทรวงว่าด้วยการบังคับใช้รัฐบัญญัติสัญชาติ:
- คู่สมรสของคนไต้หวันที่มีความสัมพันธ์ทางการสมรสต่อเนื่อง 3 ปีขึ้นไป ได้รับยกเว้นไม่ต้องยื่นหลักฐานทรัพย์สินหรือทักษะวิชาชีพ
- ผู้ที่ได้รับ APRC แล้ว ก็ได้รับการยกเว้นเช่นกัน
ข้อกำหนดด้านภาษาและความรู้พื้นฐาน
ผู้ขอแปลงสัญชาติต้องผ่านการทดสอบความสามารถทางภาษา (ภาษาจีนกลาง ภาษาจีนฮกเกี้ยนสำเนียงไต้หวัน หรือภาษาถิ่นอื่น) และความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ของพลเมือง หรือ เข้าเรียนหลักสูตรที่กำหนดจนครบชั่วโมง
ข้อดี
- มีสิทธิเลือกตั้ง สมัครรับเลือกตั้ง และสอบเข้ารับราชการไต้หวัน
- ถือหนังสือเดินทางไต้หวัน ซึ่งได้รับสิทธิยกเว้นวีซ่าหรือวีซ่าปลายทางจากหลายประเทศทั่วโลก
- ไม่มีข้อจำกัดวันพำนักอีกต่อไป แม้อาศัยอยู่ต่างประเทศระยะยาว สถานะก็จะไม่ถูกเพิกถอน
- ซื้อที่อยู่อาศัยของรัฐได้ และได้รับสวัสดิการสังคมที่รัฐจัดให้เฉพาะพลเมือง
ข้อเสีย
- ตามหลักต้องสละสัญชาติไทย พร้อมผลกระทบที่จะกล่าวในหัวข้อถัดไป
- ขั้นตอนซับซ้อนและใช้เวลานาน ตั้งแต่การทดสอบภาษา การขอหลักฐานสละสัญชาติ ไปจนถึงการตั้งถิ่นฐานและจดทะเบียนบ้าน
ข้อควรพิจารณาที่สำคัญที่สุดสำหรับคนไทย: สิทธิในที่ดินและมรดกในประเทศไทย
หัวข้อนี้คือส่วนที่คนไทยมักไม่ได้รับคำเตือนก่อนตัดสินใจ
เมื่อท่านสละสัญชาติไทย ท่านจะกลายเป็น “คนต่างด้าว” ในสายตาของกฎหมายไทยทันที ผลที่ตามมาคือ:
ที่ดิน: ตามประมวลกฎหมายที่ดินของไทย คนต่างด้าวไม่มีสิทธิถือครองที่ดิน โดยหลัก ที่ดินที่มีชื่อท่านในเอกสารแสดงสิทธิในที่ดิน ก่อนสละสัญชาติไทย อาจต้องจำหน่ายจ่ายโอนภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
มรดก: หากบิดามารดาของท่านมีที่ดินและถึงแก่กรรมภายหลังที่ท่านสละสัญชาติไทยแล้ว ท่านในฐานะคนต่างด้าวอาจไม่สามารถรับโอนที่ดินนั้นมาถือครองในชื่อของตนเองได้ แม้จะเป็นทายาทโดยธรรมก็ตาม ในทางปฏิบัติ ทายาทที่เป็นคนต่างด้าวมักได้รับเพียงมูลค่าของที่ดินหลังการจำหน่าย มิใช่ตัวที่ดิน
คอนโดมิเนียม: ห้องชุดยังถือครองได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้โควตาต่างชาติร้อยละ 49 ของอาคารนั้น และต้องมีหลักฐานการนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทย
สวัสดิการรัฐไทย: สิทธิต่าง ๆ ที่รัฐไทยจัดให้เฉพาะผู้มีสัญชาติไทย จะสิ้นสุดลง
คำแนะนำที่เป็นรูปธรรม: ก่อนตัดสินใจแปลงสัญชาติ ควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่า 1. ปัจจุบันท่านมีที่ดินที่มีชื่อท่านในเอกสารแสดงสิทธิในที่ดินหรือไม่ 2. บิดามารดาหรือญาติผู้ใหญ่มีที่ดินที่ท่านคาดว่าจะได้รับเป็นมรดกหรือไม่ 3. หากมี ควรวางแผนการโอนหรือจัดโครงสร้างการถือครองให้เรียบร้อยก่อนเริ่มกระบวนการแปลงสัญชาติ
การวางแผนล่วงหน้ามีต้นทุนต่ำกว่าการแก้ไขภายหลังอย่างมาก และในบางกรณี เมื่อสละสัญชาติไปแล้วก็ไม่อาจแก้ไขได้อีก
นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่คู่สมรสชาวไทยจำนวนไม่น้อยเลือก APRC แทนการแปลงสัญชาติ — ได้ความมั่นคงในไต้หวันโดยไม่ต้องสูญเสียสิทธิในบ้านเกิด
คำถามที่พบบ่อย
แต่งงานกับคนไต้หวันแล้วต้องจดทะเบียนที่ไหนก่อน?
ต้องจดทะเบียนสมรสที่ประเทศไทยก่อนเสมอ จากนั้นผ่านการสัมภาษณ์แต่งงานที่สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย แล้วจึงนำเอกสารไปจดทะเบียนสมรสที่สำนักงานทะเบียนราษฎรในไต้หวัน คู่ที่ยังไม่ได้จดทะเบียนที่ประเทศไทยจะไปจดทะเบียนที่ไต้หวันโดยตรงไม่ได้ การสัมภาษณ์แต่งงานเป็นขั้นตอนบังคับเพื่อยืนยันว่าการสมรสเป็นจริงและสุจริต หากไม่ผ่าน กระบวนการทั้งหมดจะยุติตั้งแต่ขั้นแรก จึงควรเตรียมเอกสารและข้อมูลของทั้งสองฝ่ายให้สอดคล้องกัน
คู่สมรสชาวไทยทำงานในไต้หวันได้เลยหรือไม่?
ได้ทันที โดยไม่ต้องขอใบอนุญาตทำงาน ตามมาตรา 48 แห่งรัฐบัญญัติบริการจัดหางาน ไต้หวัน คู่สมรสชาวต่างชาติที่สมรสกับผู้มีทะเบียนบ้านในไต้หวันและได้รับอนุญาตให้พำนัก สามารถหางาน ทำงานเต็มเวลาหรือพาร์ทไทม์ได้อย่างอิสระ นายจ้างเพียงตรวจสอบบัตรถิ่นที่อยู่ ARC และสำเนาทะเบียนบ้านหรือหลักฐานการสมรสก็จ้างได้ตามกฎหมาย สิทธินี้แตกต่างจากแรงงานต่างชาติทั่วไปซึ่งผูกติดกับนายจ้างรายเดียวและเปลี่ยนงานได้ยาก
ต้องรอนานแค่ไหนจึงจะมีประกันสุขภาพ?
โดยหลักต้องมีบัตรถิ่นที่อยู่และพำนักในไต้หวันครบ 6 เดือน ออกนอกประเทศหนึ่งครั้งได้ แต่ต้องไม่เกิน 30 วัน และให้หักวันที่อยู่นอกประเทศออกแล้วยังต้องอยู่ไต้หวันครบ 6 เดือน แต่หากมีงานทำ นายจ้างจะขึ้นทะเบียนให้ตั้งแต่วันเริ่มงานโดยไม่ต้องรอ 6 เดือน ดังนั้น ช่วง 6 เดือนแรกจึงเป็นช่วงที่ยังไม่มีความคุ้มครองด้านประกันสุขภาพ แนะนำให้เตรียมประกันสุขภาพระหว่างประเทศไว้รองรับ และตรวจสุขภาพให้เรียบร้อยก่อนเดินทางออกจากประเทศไทย
APRC กับการแปลงสัญชาติ ควรเลือกอย่างไร?
ขึ้นอยู่กับว่าท่านให้ความสำคัญกับอะไรมากกว่า เลือกบัตร APRC หากท่านต้องการรักษาสัญชาติไทย โดยเฉพาะเมื่อมีที่ดินในประเทศไทยหรือคาดว่าจะได้รับมรดกที่ดิน บัตร APRC ให้สถานะพำนักถาวรในไต้หวันโดยไม่กระทบสิทธิในบ้านเกิดไทย เลือกแปลงสัญชาติ ไต้หวัน หากท่านต้องการสิทธิเลือกตั้ง ต้องการรับราชการ ต้องการหนังสือเดินทางไต้หวัน หรือคาดว่าจะอยู่นอกไต้หวันเป็นเวลานานจนไม่อาจรักษาเงื่อนไขอยู่ไต้หวันอย่างน้อย 183 วันต่อปีได้ ควรตรวจสอบสถานะทรัพย์สินในประเทศไทยก่อนตัดสินใจเสมอ
แปลงสัญชาติไต้หวันแล้วยังถือครองที่ดินในไทยได้หรือไม่?
โดยหลักไม่ได้ เมื่อสละสัญชาติไทย ท่านจะกลายเป็นคนต่างด้าวตามประมวลกฎหมายที่ดินของไทย ซึ่งห้ามคนต่างด้าวถือครองที่ดิน โดยหลักที่ดินที่มีอยู่เดิมอาจต้องจำหน่ายภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด และหากบิดามารดาถึงแก่กรรมภายหลัง ท่านอาจไม่สามารถรับโอนที่ดินมาถือครองในชื่อตนเองได้ แม้เป็นทายาทโดยธรรมก็ตาม โดยทั่วไปจะได้รับเพียงมูลค่าหลังการรับมรดก ส่วนห้องชุดยังถือครองได้ภายใต้โควตาต่างชาติร้อยละ 49 ของอาคารนั้น
จำเป็นต้องสละสัญชาติไทยเสมอไปหรือไม่?
ตามหลักใช่ แต่มีข้อยกเว้น ตามมาตรา 9 แห่งรัฐบัญญัติสัญชาติ ผู้ได้รับยกเว้นไม่ต้องยื่นหลักฐานสละสัญชาติเดิมมีสามกรณี ได้แก่ ผู้มีคุณูปการพิเศษต่อไต้หวัน บุคลากรผู้เชี่ยวชาญระดับสูงที่ผ่านการพิจารณา และผู้ที่ไม่สามารถขอหลักฐานสละสัญชาติได้ด้วยเหตุที่มิใช่ความผิดของตน นอกจากนี้ หากพ้นกำหนด 1 ปีแล้วยังยื่นไม่ได้เพราะข้อจำกัดทางกฎหมายของประเทศเดิม และกระทรวงการต่างประเทศไต้หวันตรวจสอบยืนยัน ก็ขอขยายเวลาได้ แต่กรณีเหล่านี้ต้องพิจารณาเป็นรายกรณี ไม่ควรวางแผนโดยสันนิษฐานว่าจะได้รับยกเว้นไม่ต้องยื่นหลักฐานสละสัญชาติเดิม
ถ้าหย่าร้างก่อนได้ APRC จะเกิดอะไรขึ้น?
บัตรถิ่นที่อยู่ ARC ประเภทติดตามคู่สมรสผูกกับสถานะการสมรส หากความสัมพันธ์สิ้นสุดลงก่อนได้รับ APRC หรือแปลงสัญชาติ เหตุผลการพำนักจะหมดไป และสถานะถิ่นที่อยู่อาจได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ดี กฎหมายมีข้อพิจารณาเป็นพิเศษในบางสถานการณ์ เช่น กรณีมีบุตรที่ต้องอุปการะ หรือกรณีความรุนแรงในครอบครัว ผู้ที่อยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ควรปรึกษาทนายความโดยเร็วที่สุด ก่อนที่บัตรถิ่นที่อยู่จะหมดอายุ เพราะทางเลือกจะมีมากกว่าเมื่อยังมีสถานะพำนักในไต้หวันที่ชอบด้วยกฎหมาย
บทความที่เกี่ยวข้อง
- แรงงานไทยในไต้หวัน 2026: วีซ่าทำงาน ค่าจ้าง สิทธิ สายด่วน 1955
- บริษัทไทยลงทุนในไต้หวัน 2026: FIA วีซ่า ภาษี ครบจบ
- ชาวไต้หวันลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในไทย 2026: การซื้อบ้าน การถือหุ้น และการรับมรดก (บทความภาษาจีน)
- วันหยุดและการลาของแรงงานไทยในไต้หวัน 2026: สิทธิที่คุณมีตามกฎหมาย
การเลือกระหว่าง APRC กับการแปลงสัญชาติ มิใช่เพียงเรื่องของความสะดวก แต่เป็นการตัดสินใจที่ส่งผลต่อสิทธิในทรัพย์สินและครอบครัวของท่านในทั้งสองประเทศไปตลอดชีวิต
Louis Group (萬國萬佳法律顧問集團) มีสำนักงานทั้งในไต้หวัน ไทย และเวียดนาม โดยมีทั้งทนายความไต้หวันและทนายความไทยทำงานร่วมกัน เราให้บริการแก่คู่สมรสชาวไทยและครอบครัวในเรื่องต่อไปนี้:
- ตรวจสอบเอกสารและขั้นตอนการจดทะเบียนสมรสระหว่างสองประเทศ
- ให้คำปรึกษาเรื่องการขอและต่ออายุบัตรถิ่นที่อยู่ ARC
- ประเมินคุณสมบัติและเตรียมคำขอบัตร APRC
- วิเคราะห์ผลได้ผลเสียระหว่างบัตร APRC กับการแปลงสัญชาติเป็นกรณีเฉพาะราย
- ตรวจสอบสถานะทรัพย์สินและที่ดินในประเทศไทยก่อนการตัดสินใจแปลงสัญชาติ
- วางแผนการรับมรดกข้ามพรมแดนระหว่างไทยกับไต้หวัน
- ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายในกรณีความรุนแรงในครอบครัวหรือข้อพิพาทเกี่ยวกับสถานะถิ่นที่อยู่
หากท่านกำลังพิจารณาเรื่องเหล่านี้ ขอแนะนำให้ปรึกษาก่อนเริ่มดำเนินการ เนื่องจากลำดับขั้นตอนมีผลต่อทางเลือกที่จะเหลืออยู่ในภายหลัง
ผู้เขียน: ฐิรกานต์ หลิน (林宥廷) ทนายความไทย — Louis Group
บทความนี้เป็นข้อมูลทางกฎหมายทั่วไป มิใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะราย กฎหมายและระเบียบปฏิบัติอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดปรึกษาทนายความและตรวจสอบประกาศล่าสุดจากกระทรวงมหาดไทยไต้หวัน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกรมที่ดินของไทยก่อนดำเนินการ