ข้ามไปยังเนื้อหา
LOUIS GROUP
← กลับไปหน้าบทความ
ไต้หวัน 16 กรกฎาคม 2569

จดสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าในไต้หวัน 2026: คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับบริษัทไทย

Po-Chang Yu (Raymond Yu) Po-Chang Yu (Raymond Yu) หัวหน้าทนายความ / ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Louis Group จดสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าในไต้หวัน 2026

สรุปประเด็นสำคัญ

  • ไต้หวันไม่อยู่ในระบบ PCT และพิธีสารมาดริด — บริษัทไทยต้องยื่นคำขอสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าโดยตรงต่อสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาไต้หวัน (TIPO) ผ่านตัวแทนที่ขึ้นทะเบียนในไต้หวันเท่านั้น
  • สิทธิย้อนหลัง (Priority) ยังใช้ได้ผ่านช่องทาง WTO — สิทธิบัตรการประดิษฐ์และอนุสิทธิบัตร 12 เดือน / สิทธิบัตรการออกแบบและเครื่องหมายการค้า 6 เดือน นับจากวันยื่นครั้งแรกที่ไทย พลาดกำหนดแล้วสิทธิหายถาวร
  • ไต้หวันใช้หลัก First-to-File ใครยื่นก่อนได้สิทธิก่อน — และควรจดชื่อแบรนด์ภาษาจีน (อักษรตัวเต็ม 繁體字) ควบคู่กับชื่ออักษรโรมันเสมอ ก่อนที่ตัวแทนจำหน่ายหรือผู้ฉวยโอกาสจะจดแทน
  • เครื่องหมายการค้าที่ไม่ใช้จริงต่อเนื่อง 3 ปี เสี่ยงถูกเพิกถอน — เก็บหลักฐานการใช้ (ใบกำกับสินค้า บรรจุภัณฑ์ โฆษณา) อย่างเป็นระบบตั้งแต่วันแรก

บทนำ: ความเข้าใจผิดที่ทำให้บริษัทไทยเสียแบรนด์ในไต้หวัน

ทุกปีมีบริษัทไทยจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่ส่งสินค้าเข้าไต้หวัน ตั้งตัวแทนจำหน่าย ออกงานแสดงสินค้าที่ไทเป หรือจับมือกับผู้ผลิตไต้หวันในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์และอาหาร แต่คำถามแรกที่ผมมักได้รับจากผู้บริหารไทยคือ:

"บริษัทเราจดเครื่องหมายการค้าผ่านระบบมาดริด (Madrid Protocol) ไว้แล้ว และยื่น PCT ไว้ด้วย — แบบนี้ครอบคลุมไต้หวันแล้วใช่ไหมครับ?"

คำตอบคือ ไม่ครับ และนี่คือจุดที่บริษัทไทยเสียหายมากที่สุด

ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีสนธิสัญญาความร่วมมือด้านสิทธิบัตร (PCT) ตั้งแต่ปี 2009 และเข้าเป็นภาคีพิธีสารมาดริดในปี 2017 ทำให้ผู้ประกอบการไทยคุ้นเคยกับการยื่นคำขอครั้งเดียวแล้วระบุประเทศปลายทางหลายประเทศพร้อมกัน

แต่ไต้หวันใช้ไม่ได้กับทั้งสองระบบ

ด้วยสถานะทางการเมืองระหว่างประเทศ ไต้หวันไม่ได้เป็นสมาชิกขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) จึงไม่ได้อยู่ในระบบ PCT และไม่ได้อยู่ในพิธีสารมาดริด กล่าวคือ:

  • คุณ ไม่สามารถ ระบุ (designate) ไต้หวันในคำขอ PCT ได้
  • คุณ ไม่สามารถ ขยายการคุ้มครองเครื่องหมายการค้ามาไต้หวันผ่านระบบมาดริดได้
  • คุณ ต้องยื่นคำขอโดยตรง ต่อสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาไต้หวัน (Taiwan Intellectual Property Office — TIPO / 經濟部智慧財產局) เท่านั้น

ผมเคยเห็นเคสที่บริษัทไทยเชื่อว่าตนได้รับความคุ้มครองในไต้หวันแล้วผ่านมาดริด กว่าจะรู้ตัวก็ตอนที่มีบุคคลที่สามในไต้หวันจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าชื่อเดียวกันไปแล้ว และเรียกร้องให้บริษัทไทยหยุดจำหน่ายสินค้าของตนเอง ในตลาดที่ตนเองสร้างมากับมือ

บทความนี้ ผมในฐานะทนายความที่ทำงานข้ามพรมแดนไต้หวัน–ไทย และมีพื้นฐานเป็นวิศวกรสิทธิบัตรมาก่อน จะอธิบายทุกขั้นตอนที่บริษัทไทยต้องรู้ในการจดสิทธิบัตรและจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในไต้หวัน อัปเดตตามระเบียบและแนวปฏิบัติล่าสุดปี 2026

1. ข่าวดี: บริษัทไทยยังใช้ "สิทธิย้อนหลัง" ในไต้หวันได้ผ่าน WTO

แม้ไต้หวันจะไม่อยู่ใน PCT และมาดริด แต่ยังมีทางออกที่สำคัญมาก และนี่คือจุดที่หลายคนไม่ทราบ

ไต้หวันเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO) ในนาม "เขตศุลกากรแยกต่างหากของไต้หวัน เผิงหู จินเหมิน และหมาจู่" ตั้งแต่ปี 2002 และประเทศไทยก็เป็นสมาชิก WTO เช่นกัน ภายใต้ความตกลง TRIPS ซึ่งอ้างอิงหลักการของอนุสัญญากรุงปารีส

กฎหมายสิทธิบัตรไต้หวันจึงรับรองการขอถือ สิทธิย้อนหลัง (Priority Right) โดยอ้างอิงวันยื่นคำขอครั้งแรกใน "ประเทศหรือสมาชิกองค์การการค้าโลก" ซึ่งครอบคลุมประเทศไทย

ระยะเวลาที่ต้องจำให้ขึ้นใจ:

  • สิทธิบัตรการประดิษฐ์ (Invention) — ระยะเวลาขอสิทธิย้อนหลัง: 12 เดือน นับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในไทย
  • อนุสิทธิบัตร (Utility Model) — ระยะเวลาขอสิทธิย้อนหลัง: 12 เดือน
  • สิทธิบัตรการออกแบบ (Design) — ระยะเวลาขอสิทธิย้อนหลัง: 6 เดือน
  • เครื่องหมายการค้า (Trademark) — ระยะเวลาขอสิทธิย้อนหลัง: 6 เดือน

ความหมายในทางปฏิบัติ: ถ้าบริษัทไทยยื่นคำขอสิทธิบัตรต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา (DIP) ที่ไทยแล้ว คุณมีเวลา 12 เดือนในการยื่นคำขอเดียวกันที่ TIPO โดยยังคงวันยื่นคำขอเดิมของไทยไว้ แต่หากพลาดกำหนดนี้ สิทธิย้อนหลังหายไปถาวร และเอกสารเปิดเผยของคุณเอง (เช่น การเผยแพร่คำขอในไทย หรือการออกงานแสดงสินค้า) อาจกลายเป็น "งานที่ปรากฏอยู่แล้ว" (Prior Art) ที่ทำลายความใหม่ของคำขอในไต้หวันเสียเอง

⚠️ ข้อควรระวังที่สำคัญที่สุดในบทความนี้: ถ้าบริษัทของคุณกำลังจะครบ 12 เดือนนับจากวันยื่นคำขอที่ไทย และยังไม่ได้ตัดสินใจเรื่องไต้หวัน — นี่คือเรื่องเร่งด่วน ไม่ใช่เรื่องที่รอปีหน้าได้

2. บริษัทไทยต้องแต่งตั้งตัวแทนในไต้หวัน (เป็นข้อบังคับตามกฎหมาย)

ตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตรไต้หวัน มาตรา 11 กำหนดชัดเจนว่า ผู้ที่ไม่มีภูมิลำเนาหรือสถานประกอบการในไต้หวัน จะต้องแต่งตั้งตัวแทนในการยื่นคำขอและดำเนินการเรื่องสิทธิบัตร และตัวแทนดังกล่าวจำกัดเฉพาะ ผู้ประกอบวิชาชีพสิทธิบัตร (Patent Attorney / 專利師) เท่านั้น เว้นแต่กฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

นี่ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นข้อบังคับ บริษัทไทยไม่สามารถยื่นคำขอสิทธิบัตรต่อ TIPO ด้วยตนเองจากกรุงเทพฯ ได้

สำหรับเครื่องหมายการค้า มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่ต้องทราบ: กฎหมายเครื่องหมายการค้าไต้หวันที่แก้ไขและมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2024 ได้จัดตั้ง "ระบบขึ้นทะเบียนและกำกับดูแลตัวแทนเครื่องหมายการค้า" ขึ้นใหม่ เพื่อให้มั่นใจว่าตัวแทนเครื่องหมายการค้ามีความรู้เชิงวิชาชีพและจริยธรรมในการปฏิบัติงาน พร้อมกับจัดตั้ง "กลไกเร่งรัดการตรวจสอบคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า" ควบคู่กันไป

สิ่งที่บริษัทไทยควรทำ: ตรวจสอบว่าตัวแทนที่คุณจะใช้มีชื่ออยู่ใน ทะเบียนตัวแทนเครื่องหมายการค้า (商標代理人名簿) ที่ TIPO เปิดเผยต่อสาธารณะและอัปเดตทุกวันที่ 10 ของเดือน การใช้ตัวแทนที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนอาจทำให้คำขอของคุณมีปัญหาในภายหลัง

3. ระบบสิทธิบัตรไต้หวัน: 3 ประเภทที่บริษัทไทยต้องเลือกให้ถูก

ไต้หวันใช้หลัก "ผู้ยื่นก่อนได้สิทธิก่อน" (First-to-File) เช่นเดียวกับไทย ไม่ใช่หลักผู้ประดิษฐ์ก่อน และแบ่งสิทธิบัตรเป็น 3 ประเภท:

  • สิทธิบัตรการประดิษฐ์ (發明專利 / Invention) — อายุความคุ้มครอง: 20 ปี นับจากวันยื่นคำขอ|วิธีตรวจสอบ: ตรวจสอบเนื้อหา (Substantive)|เหมาะกับ: เทคโนโลยีหลัก กระบวนการผลิต สูตร ซอฟต์แวร์ที่มีลักษณะทางเทคนิค
  • อนุสิทธิบัตร (新型專利 / Utility Model) — อายุความคุ้มครอง: 10 ปี นับจากวันยื่นคำขอ|วิธีตรวจสอบ: ตรวจสอบรูปแบบเท่านั้น (Formality)|เหมาะกับ: โครงสร้างเชิงกล อุปกรณ์ สิ่งประดิษฐ์ที่ต้องการความเร็ว
  • สิทธิบัตรการออกแบบ (設計專利 / Design) — อายุความคุ้มครอง: 15 ปี นับจากวันยื่นคำขอ|วิธีตรวจสอบ: ตรวจสอบเนื้อหา|เหมาะกับ: รูปลักษณ์ผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ ไอคอน/GUI

3.1 กลยุทธ์ที่บริษัทไทยควรรู้: "ยื่นคู่" (一案兩請)

ไต้หวันอนุญาตให้ยื่นคำขอสิทธิบัตรการประดิษฐ์และอนุสิทธิบัตรสำหรับสิ่งประดิษฐ์เดียวกัน ในวันเดียวกัน ได้ โดยต้องแจ้งต่อ TIPO ในขณะยื่น

ทำไมกลยุทธ์นี้ทรงพลังสำหรับผู้ส่งออกไทย: อนุสิทธิบัตรใช้การตรวจสอบรูปแบบเท่านั้น จึงได้รับอนุมัติเร็ว (โดยทั่วไปประมาณ 4–6 เดือน) ทำให้คุณมีสิทธิในมือไว้ป้องปรามคู่แข่งหรือของลอกเลียนแบบได้ทันที ระหว่างที่คำขอสิทธิบัตรการประดิษฐ์ยังอยู่ในกระบวนการตรวจสอบเนื้อหาซึ่งใช้เวลานานกว่ามาก เมื่อสิทธิบัตรการประดิษฐ์ได้รับอนุมัติ คุณจึงสละอนุสิทธิบัตร

ข้อควรระวังที่สำคัญ: อนุสิทธิบัตรไต้หวันไม่ผ่านการตรวจสอบความใหม่ ดังนั้นหากคุณจะใช้อนุสิทธิบัตรฟ้องร้องหรือส่งหนังสือเตือน คุณต้องขอ "รายงานการตรวจสอบทางเทคนิคของอนุสิทธิบัตร" (新型專利技術報告) จาก TIPO ก่อน การใช้สิทธิโดยไม่มีรายงานนี้ อาจทำให้คุณต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่ฝ่ายตรงข้าม หากภายหลังอนุสิทธิบัตรถูกเพิกถอน

3.2 ขั้นตอนการยื่นคำขอสิทธิบัตรการประดิษฐ์

1. ยื่นคำขอต่อ TIPO — ผ่านตัวแทนสิทธิบัตรไต้หวัน พร้อมขอถือสิทธิย้อนหลังจากคำขอไทย (ถ้ามี)

2. ตรวจสอบรูปแบบ — TIPO ตรวจความครบถ้วนของเอกสาร

3. การเปิดเผยคำขอ (Publication) — โดยหลักเมื่อครบ 18 เดือนนับจากวันยื่นคำขอหรือวันที่ได้สิทธิย้อนหลัง

4. ยื่นคำขอให้ตรวจสอบเนื้อหาสำคัญมาก: ต้องยื่นภายใน 3 ปีนับจากวันยื่นคำขอ มิฉะนั้นคำขอถือว่าถูกถอนคืน และไม่ใช่การดำเนินการอัตโนมัติ ต้องยื่นคำขอและชำระค่าธรรมเนียมแยกต่างหาก

5. หนังสือแจ้งผลการตรวจสอบ (Office Action) — ตอบข้อโต้แย้ง แก้ไขข้อถือสิทธิ

6. คำวินิจฉัยอนุมัติ → ชำระค่าธรรมเนียมประกาศโฆษณาและค่าธรรมเนียมรายปีปีแรก → ประกาศโฆษณา → ได้รับสิทธิ

7. ชำระค่าธรรมเนียมรายปี (Annuity) ต่อเนื่องตลอดอายุสิทธิบัตร มิฉะนั้นสิทธิบัตรจะสิ้นผล

3.3 เรื่องภาษา: ยื่นเป็นภาษาต่างประเทศก่อนได้ แต่มีเงื่อนไข

คำขอสิทธิบัตรในไต้หวันต้องจัดทำเป็น ภาษาจีน อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้ผู้ยื่นเสียวันยื่นคำขอ TIPO อนุญาตให้ยื่นเอกสารเป็นภาษาต่างประเทศก่อน (เช่น ภาษาอังกฤษ) แล้วจึงยื่นฉบับแปลภาษาจีนตามภายในกำหนดเวลาที่ TIPO กำหนด โดยยังคงวันยื่นคำขอเดิมไว้

ในทางปฏิบัติสำหรับบริษัทไทย: เอกสารต้นฉบับของคุณมักเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ การแปลข้อถือสิทธิ (Claims) เป็นภาษาจีนไม่ใช่งานแปลภาษาธรรมดา แต่เป็นงานที่ ผิดคำเดียวขอบเขตสิทธิเปลี่ยน และแก้ไขย้อนหลังได้ยากมากเพราะห้ามเพิ่มสาระใหม่ (New Matter) นี่คือเหตุผลที่คุณต้องการทีมที่เข้าใจทั้งภาษาต้นทางและกฎหมายสิทธิบัตรไต้หวัน ไม่ใช่แค่บริษัทแปลเอกสาร

3.4 การเร่งรัดการตรวจสอบ และอัปเดตปี 2026

หากบริษัทไทยต้องการสิทธิบัตรเร็ว มีทางเลือกดังนี้:

  • โครงการเร่งรัดการตรวจสอบ (Accelerated Examination Program — AEP) ของ TIPO
  • ทางด่วนสิทธิบัตร (Patent Prosecution Highway — PPH) — ไต้หวันมีความตกลง PPH กับหลายสำนักงาน และล่าสุด โครงการ PPH ระหว่างไต้หวันกับอิสราเอล (TIPO–ILPO) ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2026 เพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดพอร์ตสิทธิบัตรระดับโลกให้ภาคธุรกิจ
  • โครงการนำร่องเร่งรัดการตรวจสอบสำหรับผู้ยื่นคำขอสิทธิบัตรการประดิษฐ์ที่เป็นสตรี ซึ่ง TIPO ได้ขยายการทดลองใช้ต่ออีก 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026

ข้อเท็จจริงที่ต้องพูดตรง ๆ: ปัจจุบัน ยังไม่มีความตกลง PPH ระหว่างไต้หวันกับประเทศไทย ดังนั้นบริษัทไทยไม่สามารถใช้ผลการตรวจสอบของกรมทรัพย์สินทางปัญญาไทยมาเร่ง TIPO ผ่านช่องทาง PPH ได้โดยตรง ต้องใช้ AEP หรือช่องทางอื่นแทน — นี่คือความจริงที่ผู้ให้บริการบางรายไม่ได้บอกลูกค้า

ในทางตรงกันข้าม หากบริษัทของคุณ (หรือบริษัทแม่/บริษัทในเครือ) มีคำขอที่ผ่านการตรวจสอบในสหรัฐฯ ญี่ปุ่น หรือสำนักงานที่มี PPH กับไต้หวันอยู่แล้ว นั่นอาจเป็นเส้นทางเร่งที่คุ้มค่ากว่ามาก ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรวางแผนตั้งแต่ต้น ไม่ใช่คิดทีหลัง

นอกจากนี้ TIPO ยังได้ประกาศแก้ไข "หลักเกณฑ์การขอเลื่อนการตรวจสอบเนื้อหาสำหรับคำขอสิทธิบัตรการประดิษฐ์และการออกแบบ" ซึ่งเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2026 ซึ่งเป็นเครื่องมือสำหรับกรณีที่คุณ ต้องการชะลอ กระบวนการโดยเจตนา เช่น รอความชัดเจนของตลาดหรือรอผลคำขอในประเทศอื่น

4. การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในไต้หวัน

4.1 หลักการพื้นฐาน

  • ใช้หลัก First-to-File — ใครยื่นก่อนได้สิทธิก่อน โดยหลักไม่ดูว่าใครใช้จริงก่อน
  • อายุคุ้มครอง 10 ปี นับจากวันประกาศโฆษณาการจดทะเบียน และ ต่ออายุได้ครั้งละ 10 ปีไม่จำกัดจำนวนครั้ง
  • ใช้ การจำแนกประเภทนีซ (Nice Classification) — ไต้หวันคิดค่าธรรมเนียมเป็นรายประเภท (per class) ล่าสุด TIPO ได้ประกาศ "ตารางเทียบรหัสกลุ่มสินค้าและบริการที่คล้ายกันระหว่างไต้หวัน–ญี่ปุ่น ฉบับที่ 13-2026"

4.2 ⚠️ คำแนะนำที่มีค่าที่สุดสำหรับแบรนด์ไทย: จดชื่อภาษาจีนด้วย

นี่คือข้อผิดพลาดที่ผมเห็นบ่อยที่สุด และมีราคาแพงที่สุด

บริษัทไทยส่วนใหญ่จดเฉพาะเครื่องหมายที่เป็นอักษรโรมัน (เช่น "XYZ Foods") แต่ เมื่อสินค้าของคุณวางขายจริงในไต้หวัน ผู้บริโภคไต้หวันจะเรียกแบรนด์ของคุณเป็นภาษาจีน ไม่ว่าคุณจะตั้งชื่อจีนไว้หรือไม่ก็ตาม — ผู้นำเข้า ตัวแทนจำหน่าย สื่อ หรือแม้แต่ผู้บริโภคจะตั้งชื่อจีนให้คุณเอง

ผลที่ตามมาคือ:

1. ชื่อจีนนั้นไม่ใช่ของคุณตามกฎหมาย เพราะคุณไม่ได้จดทะเบียน

2. ตัวแทนจำหน่ายของคุณเอง อาจไปจดทะเบียนชื่อจีนนั้นในนามของเขา และใช้เป็นอำนาจต่อรองเมื่อคุณต้องการเปลี่ยนตัวแทน

3. ผู้ฉวยโอกาสจดทะเบียนล่วงหน้า (Trademark Squatter) อาจจดชื่อจีนของคุณไว้ก่อน แล้วเรียกเงินจากคุณในภายหลัง

คำแนะนำเชิงปฏิบัติ: อย่าปล่อยให้ตลาดตั้งชื่อจีนให้แบรนด์ของคุณ จงตั้งชื่อจีนเอง จดทะเบียนเอง และควบคุมเอง โดยควรพิจารณาทั้ง:

  • ชื่อจีนแบบถอดเสียง (音譯) — เสียงใกล้เคียงชื่อเดิม
  • ชื่อจีนแบบแปลความหมาย (意譯) — สื่อความหมายของแบรนด์
  • ตรวจสอบว่าตัวอักษรจีนที่เลือกไม่มีความหมายเชิงลบหรือใกล้เคียงเครื่องหมายที่มีอยู่แล้ว
  • ใช้อักษรจีนตัวเต็ม (繁體字) ซึ่งเป็นอักษรที่ใช้ในไต้หวัน

การจดทั้งเครื่องหมายอักษรโรมัน + เครื่องหมายอักษรจีน (และหากมีตราสัญลักษณ์ ให้จดตราสัญลักษณ์ด้วย) คือการลงทุนที่ถูกที่สุดเมื่อเทียบกับต้นทุนการซื้อแบรนด์ตัวเองคืนในภายหลัง

4.3 ขั้นตอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า

1. สืบค้นเครื่องหมายก่อนยื่น (Trademark Search) — ผ่านระบบสืบค้นเครื่องหมายการค้าของ TIPO ขั้นตอนนี้ห้ามข้าม เพราะค่าธรรมเนียมที่ชำระไปแล้วโดยหลักไม่ได้คืน หากคำขอถูกปฏิเสธ

2. ยื่นคำขอผ่านตัวแทนเครื่องหมายการค้าที่ขึ้นทะเบียน — ระบุประเภทสินค้า/บริการตามระบบนีซ

3. การตรวจสอบ (Examination) — ตรวจทั้งเหตุปฏิเสธเด็ดขาด (ขาดลักษณะบ่งเฉพาะ) และเหตุปฏิเสธสัมพัทธ์ (คล้ายกับเครื่องหมายที่จดไว้ก่อน)

4. คำวินิจฉัยอนุมัติ → ชำระค่าธรรมเนียมจดทะเบียน → ประกาศโฆษณาการจดทะเบียน

5. ระยะเวลาคัดค้าน — *ข้อนี้สำคัญและแตกต่างจากไทย: ไต้หวันเปิดให้คัดค้าน หลัง การประกาศโฆษณาการจดทะเบียนแล้ว ภายใน 3 เดือน* ไม่ใช่ก่อนจดทะเบียนแบบหลายประเทศ หมายความว่าเครื่องหมายของคุณ "จดแล้วแต่ยังไม่นิ่ง" เป็นเวลา 3 เดือน

หากต้องการเร็ว: ใช้ กลไกเร่งรัดการตรวจสอบคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ซึ่ง TIPO จัดตั้งขึ้นพร้อมกับระบบตัวแทนเครื่องหมายการค้า มีผลตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2024 เพื่อตอบสนองความต้องการของภาคธุรกิจที่ต้องการได้เครื่องหมายจดทะเบียนโดยเร็ว

4.4 อัปเดตปี 2026 ที่มีผลโดยตรงต่อบริษัทไทย

TIPO ได้แก้ไขและประกาศใช้ "หลักเกณฑ์การตรวจสอบลักษณะบ่งเฉพาะของเครื่องหมายการค้า" (商標識別性審查基準) และ "หลักเกณฑ์การตรวจสอบเครื่องหมายการค้าที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี" ฉบับแก้ไข โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม 2026

ทำไมเรื่องนี้สำคัญกับแบรนด์ไทยเป็นพิเศษ: หลักเกณฑ์ลักษณะบ่งเฉพาะคือหลักเกณฑ์ที่ TIPO ใช้ตัดสินว่าเครื่องหมายของคุณ "โดดเด่นพอที่จะเป็นเครื่องหมายการค้าหรือไม่" ซึ่งกระทบโดยตรงกับ:

  • แบรนด์ไทยที่ใช้คำบรรยายลักษณะสินค้า เช่น ชื่อที่สื่อถึงส่วนผสมหรือแหล่งกำเนิด
  • แบรนด์ที่ใช้ชื่อภูมิศาสตร์ไทย
  • ชื่อจีนที่คุณตั้งใหม่ — หากถอดเสียงแล้วได้ตัวอักษรจีนที่กลายเป็นคำบรรยายสินค้าโดยบังเอิญ อาจถูกปฏิเสธเพราะขาดลักษณะบ่งเฉพาะ

4.5 อย่าลืม: ไม่ใช้เกิน 3 ปี = เสี่ยงถูกเพิกถอน

เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้วในไต้หวัน หากไม่มีการใช้จริงโดยไม่มีเหตุอันสมควรเป็นเวลาต่อเนื่อง 3 ปี อาจถูกบุคคลที่สามยื่นขอให้เพิกถอนได้

สำหรับบริษัทไทย ที่มักจดเครื่องหมายไว้ "เผื่ออนาคต" ก่อนเข้าตลาดจริง นี่คือความเสี่ยงที่ต้องบริหาร: เก็บหลักฐานการใช้ (ใบกำกับสินค้า บรรจุภัณฑ์ โฆษณา หน้าเว็บที่ระบุวันที่) อย่างเป็นระบบตั้งแต่วันแรก

5. ค่าธรรมเนียมราชการโดยประมาณ (ต้องตรวจสอบกับ TIPO ก่อนดำเนินการ)

หมายเหตุสำคัญ: ตัวเลขด้านล่างเป็นค่าธรรมเนียมราชการ (Official Fees) โดยประมาณ ไม่รวมค่าบริการตัวแทน ค่าแปลเอกสาร และค่าธรรมเนียมรายปี อัตราอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบรายการค่าธรรมเนียมล่าสุดจากเว็บไซต์ TIPO หรือปรึกษาตัวแทนก่อนตัดสินใจ

เครื่องหมายการค้า

ตามรายการค่าธรรมเนียมเครื่องหมายการค้าที่มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2024:

  • ค่าธรรมเนียมยื่นคำขอ (ระบุสินค้าไม่เกิน 20 รายการต่อประเภท) — ค่าธรรมเนียม: NT$3,000 ต่อประเภท
  • กรณีระบุสินค้าเกิน 20 รายการ — ค่าธรรมเนียม: เพิ่มรายการละ NT$200
  • ค่าธรรมเนียมต่ออายุทะเบียน — ค่าธรรมเนียม: NT$4,000 ต่อประเภท
  • ต่ออายุภายใน 6 เดือนหลังหมดอายุ — ค่าธรรมเนียม: ชำระ 2 เท่า

เคล็ดลับประหยัดต้นทุนที่บริษัทไทยควรใช้: TIPO ให้ส่วนลดค่าธรรมเนียมสำหรับการยื่นทางอิเล็กทรอนิกส์ ลดครั้งละ NT$300 และหากผู้ยื่นเลือกใช้ชื่อสินค้าหรือบริการตามรายการอ้างอิงในระบบยื่นคำขออิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด ลดเพิ่มอีกประเภทละ NT$300

นอกจากประหยัดเงินแล้ว การใช้ชื่อสินค้าตามรายการอ้างอิงของ TIPO ยังช่วยลดความเสี่ยงที่คำขอจะถูกท้วงติงเรื่องการระบุสินค้าไม่ชัดเจน ซึ่งเป็นปัญหาที่พบบ่อยเมื่อผู้ยื่นแปลชื่อสินค้าจากภาษาไทยเอง

สิทธิบัตร

ค่าธรรมเนียมสิทธิบัตรมีโครงสร้างซับซ้อนกว่า โดยแยกระหว่างค่าธรรมเนียมยื่นคำขอและค่าธรรมเนียมขอตรวจสอบเนื้อหา ซึ่งค่าตรวจสอบเนื้อหาจะแปรผันตามจำนวนข้อถือสิทธิ (Claims) ที่เกินจำนวนข้อพื้นฐาน 10 ข้อ

ข้อที่ควรทราบ: หากคำขอสิทธิบัตรการประดิษฐ์ไม่ได้ยื่นเป็นฉบับภาษาอังกฤษ แต่ผู้ยื่นได้แนบคำแปลภาษาอังกฤษของชื่อการประดิษฐ์ ชื่อผู้ยื่นคำขอ ชื่อผู้ประดิษฐ์ และบทสรุปการประดิษฐ์มาด้วย จะได้รับการลดค่าธรรมเนียมยื่นคำขอ NT$800 (สิทธิประโยชน์นี้ไม่มีสำหรับอนุสิทธิบัตรและสิทธิบัตรการออกแบบ)

นอกจากนี้ TIPO ยังมีกลไกขอคืนค่าธรรมเนียมตรวจสอบเนื้อหาบางส่วน หากผู้ยื่นตัดข้อถือสิทธิที่เกิน 10 ข้อออกก่อนได้รับหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบครั้งแรก — เป็นรายละเอียดเชิงกลยุทธ์ที่ตัวแทนที่มีประสบการณ์จะช่วยคุณบริหารได้

6. เมื่อถูกละเมิด: บังคับใช้สิทธิในไต้หวันอย่างไร

การจดทะเบียนเป็นเพียงจุดเริ่มต้น สิ่งที่ทำให้ทรัพย์สินทางปัญญามีมูลค่าจริงคือความสามารถในการบังคับใช้

เครื่องมือที่บริษัทไทยควรรู้จัก:

1. ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้า (智慧財產及商業法院) — ไต้หวันมีศาลชำนัญพิเศษด้าน IP โดยเฉพาะ ซึ่งมีผู้พิพากษาและผู้ช่วยทางเทคนิคที่เข้าใจเทคโนโลยี ทำให้คดี IP ในไต้หวันมีคุณภาพและความเร็วสูงกว่าหลายเขตอำนาจในภูมิภาค

2. มาตรการชายแดนผ่านศุลกากร — เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนสามารถขอให้ศุลกากรไต้หวันตรวจจับและกักสินค้าละเมิดที่นำเข้า/ส่งออกได้ นี่เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังและต้นทุนต่ำ แต่ใช้ได้ต่อเมื่อคุณมีเครื่องหมายจดทะเบียนในไต้หวันแล้วเท่านั้น

3. มาตรการทางอาญาสำหรับสินค้าลอกเลียนแบบ — การปลอมแปลงเครื่องหมายการค้าในไต้หวันมีความรับผิดทางอาญา ซึ่งมักเป็นแรงกดดันที่มีประสิทธิภาพกว่าคดีแพ่งเพียงอย่างเดียว

4. หนังสือเตือน (Cease and Desist Letter) — แต่โปรดจำข้อควรระวังเรื่องอนุสิทธิบัตรในข้อ 3.1

7. ข้อผิดพลาด 7 ข้อที่บริษัทไทยมักทำในไต้หวัน

1. คิดว่ามาดริดหรือ PCT ครอบคลุมไต้หวัน — ไม่ครอบคลุม ต้องยื่นตรงต่อ TIPO

2. ปล่อยให้พ้นกำหนดสิทธิย้อนหลัง 12 เดือน — สิทธิย้อนหลังหายถาวร และคำขอไทยของคุณเองอาจกลายเป็น Prior Art

3. จดแต่ชื่ออักษรโรมัน ไม่จดชื่อภาษาจีน — เปิดช่องให้ตัวแทนจำหน่ายหรือผู้ฉวยโอกาสยึดชื่อจีนของคุณ

4. ให้ตัวแทนจำหน่ายในไต้หวันเป็นผู้จดทะเบียนแทน — เมื่อความสัมพันธ์ทางธุรกิจจบลง คุณจะพบว่าแบรนด์ของคุณไม่ใช่ของคุณ ชื่อผู้ถือสิทธิต้องเป็นบริษัทไทยของคุณเสมอ

5. ออกงานแสดงสินค้าหรือเปิดตัวสินค้าก่อนยื่นคำขอ — ทำลายความใหม่ของสิทธิบัตรด้วยมือตัวเอง (แม้จะมีข้อยกเว้นเรื่องระยะผ่อนผัน แต่การพึ่งพาข้อยกเว้นคือกลยุทธ์ที่เปราะบาง)

6. ลืมยื่นคำขอตรวจสอบเนื้อหาภายใน 3 ปี — คำขอสิทธิบัตรการประดิษฐ์ถือว่าถูกถอนคืนโดยอัตโนมัติ

7. ใช้บริษัทแปลทั่วไปแปลข้อถือสิทธิ — ข้อถือสิทธิที่แปลผิดคือสิทธิบัตรที่บังคับใช้ไม่ได้ และแก้ไขย้อนหลังแทบไม่ได้

8. คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

บริษัทไทยจดเครื่องหมายการค้าผ่านระบบมาดริดแล้ว ครอบคลุมไต้หวันไหม?

ไม่ครอบคลุม ไต้หวันไม่ได้เป็นภาคีพิธีสารมาดริด ต้องยื่นคำขอโดยตรงต่อ TIPO ผ่านตัวแทนเครื่องหมายการค้าที่ขึ้นทะเบียนในไต้หวัน

ยื่น PCT แล้วระบุไต้หวันได้ไหม?

ไม่ได้ ไต้หวันไม่อยู่ในระบบ PCT ต้องยื่นคำขอสิทธิบัตรตรงต่อ TIPO โดยขอถือสิทธิย้อนหลังจากคำขอครั้งแรกในไทยภายใน 12 เดือน (สิทธิบัตรการประดิษฐ์และอนุสิทธิบัตร)

บริษัทไทยไม่มีสำนักงานในไต้หวัน ยื่นคำขอเองได้ไหม?

ไม่ได้ พ.ร.บ.สิทธิบัตรไต้หวัน มาตรา 11 กำหนดว่าผู้ที่ไม่มีภูมิลำเนาหรือสถานประกอบการในไต้หวันต้องแต่งตั้งตัวแทน และตัวแทนสิทธิบัตรจำกัดเฉพาะผู้ประกอบวิชาชีพสิทธิบัตร (專利師) ส่วนเครื่องหมายการค้าต้องใช้ตัวแทนที่ขึ้นทะเบียนตามระบบที่มีผลตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2024

ใช้เวลานานแค่ไหน?

โดยประมาณ — อนุสิทธิบัตรเร็วที่สุดเพราะตรวจสอบรูปแบบเท่านั้น ส่วนเครื่องหมายการค้าและสิทธิบัตรการประดิษฐ์ใช้เวลานานกว่า และแปรผันตามความซับซ้อนของคดีและปริมาณงานของ TIPO หากเร่งด่วน ควรพิจารณากลไกเร่งรัดการตรวจสอบ (AEP) ทั้งของสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้า

ต้องจดชื่อภาษาจีนด้วยจริงหรือ?

แนะนำอย่างยิ่ง เพราะผู้บริโภคไต้หวันจะเรียกแบรนด์ของคุณเป็นภาษาจีนไม่ว่าคุณจะตั้งไว้หรือไม่ หากคุณไม่จด ผู้อื่นอาจจดแทน และควรใช้อักษรจีนตัวเต็ม (繁體字) ตามที่ใช้ในไต้หวัน

มี PPH ระหว่างไทยกับไต้หวันไหม?

ปัจจุบันยังไม่มี บริษัทไทยจึงไม่สามารถใช้ผลการตรวจสอบของกรมทรัพย์สินทางปัญญาไทยเร่ง TIPO ผ่าน PPH ได้ แต่สามารถใช้โครงการเร่งรัดการตรวจสอบ (AEP) หรือหากมีคำขอในสำนักงานที่มี PPH กับไต้หวัน อาจใช้เส้นทางนั้นได้

จดทะเบียนแล้วไม่ได้ใช้จะเป็นอะไรไหม?

เครื่องหมายการค้าที่ไม่ได้ใช้จริงต่อเนื่อง 3 ปีโดยไม่มีเหตุอันสมควร อาจถูกยื่นขอเพิกถอนได้ ควรเก็บหลักฐานการใช้อย่างเป็นระบบ

ยื่นคำขอเป็นภาษาอังกฤษได้ไหม?

เอกสารสุดท้ายต้องเป็นภาษาจีน แต่สามารถยื่นเอกสารภาษาต่างประเทศก่อนเพื่อรักษาวันยื่นคำขอ แล้วยื่นฉบับแปลภาษาจีนตามภายในกำหนดที่ TIPO กำหนดได้

9. สรุป: ไต้หวันคือตลาดที่ต้อง "ยื่นก่อน" ไม่ใช่ "รอดูก่อน"

หากสรุปบทความนี้เหลือประโยคเดียว: ไต้หวันเป็นระบบ First-to-File ที่อยู่นอกทั้ง PCT และมาดริด ดังนั้นทุกเดือนที่คุณรอ คือความเสี่ยงที่คนอื่นจะยื่นก่อนคุณ

สำหรับบริษัทไทยที่กำลังจะเข้าตลาดไต้หวัน ลำดับความสำคัญที่ผมแนะนำคือ:

1. ตรวจสอบทันทีว่าคำขอสิทธิบัตรในไทยของคุณ ยังอยู่ในกรอบ 12 เดือนหรือไม่ — ถ้าใกล้ครบ นี่คือเรื่องเร่งด่วนที่สุด

2. สืบค้นเครื่องหมายการค้าในไต้หวัน ทั้งชื่ออักษรโรมันและชื่อจีนที่เป็นไปได้ ก่อนที่จะเซ็นสัญญากับตัวแทนจำหน่ายรายใด

3. ตั้งชื่อจีนและจดทะเบียนในนามบริษัทไทยของคุณเอง ก่อนสินค้าวางตลาด

4. วางกลยุทธ์ยื่นคู่ (สิทธิบัตรการประดิษฐ์ + อนุสิทธิบัตร) หากสินค้าของคุณมีวงจรชีวิตสั้นหรือเสี่ยงถูกลอกเลียนเร็ว

อ่านเพิ่มเติม

เกี่ยวกับ Louis Group

Louis Group (萬國萬佳法律顧問集團) เป็นกลุ่มที่ปรึกษากฎหมายข้ามพรมแดนที่มีทนายความประมาณ 50 คน พร้อมสำนักงานในไต้หวัน (ไทเป ไถจง) ไทย (กรุงเทพฯ) และเวียดนาม (ฮานอย โฮจิมินห์) และเป็นสมาชิกเครือข่าย Mackrell International

จุดที่เราต่างจากผู้ให้บริการรายอื่น: สำนักงานกฎหมายไทยส่วนใหญ่ไม่เข้าใจระบบสิทธิบัตรไต้หวัน และสำนักงานสิทธิบัตรไต้หวันส่วนใหญ่ไม่มีทีมที่สื่อสารภาษาไทยได้ Louis Group มีทั้งสองอย่าง — เรามี Louis Patent & Trademark Office ซึ่งเป็นสำนักงานสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าในไต้หวันของเราเอง และมีทีมที่สื่อสารภาษาไทยที่กรุงเทพฯ

ผมเอง (เรย์มอนด์ อวี๋) เริ่มต้นอาชีพในฐานะวิศวกรอากาศยานและวิศวกรสิทธิบัตร ก่อนจะเป็นทนายความ ทำให้ทีมของเราอ่านข้อถือสิทธิในฐานะวิศวกร ไม่ใช่แค่ในฐานะนักกฎหมาย

หากบริษัทของท่านต้องการความช่วยเหลือด้านการสืบค้น การตั้งชื่อจีน การยื่นคำขอสิทธิบัตรหรือเครื่องหมายการค้าในไต้หวัน การบังคับใช้สิทธิ หรือการวางกลยุทธ์ทรัพย์สินทางปัญญาข้ามพรมแดนไทย–ไต้หวัน–เวียดนาม เรายินดีให้คำปรึกษาอย่างครบวงจร

ข้อสงวนสิทธิ์: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับกรณีใดกรณีหนึ่งโดยเฉพาะ ค่าธรรมเนียม ระยะเวลา และหลักเกณฑ์อาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาไต้หวัน (TIPO) หรือปรึกษาทนายความ/ตัวแทนสิทธิบัตรที่มีคุณสมบัติก่อนดำเนินการ